<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>        <rss version="2.0"
             xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
             xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
             xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
             xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
             xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
             xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
        <channel>
            <title>
									KINGDOM OF CONDOM : AIDS - บทความทางด้านชีววิทยา (Biology-Articles)				            </title>
            <link>https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/biology-articles/kingdom-of-condom-aids/</link>
            <description>Discussion Board</description>
            <language>th</language>
            <lastBuildDate>Thu, 05 Mar 2026 14:56:57 +0000</lastBuildDate>
            <generator>wpForo</generator>
            <ttl>60</ttl>
							                    <item>
                        <title>KINGDOM OF CONDOM : AIDS</title>
                        <link>https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/biology-articles/kingdom-of-condom-aids/#post-131</link>
                        <pubDate>Tue, 18 Dec 2018 02:22:40 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[โรคเอดส์ หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (AIDS : Acquired Immune Deficiency Syndrome) เกิดจากการติดเชื้อไวรัสมีชื่อว่า ฮิวแมนอิมมิวโนเดฟีเซียนซีไวรัส (Human Immunodeficiency Virus :HIV) หรือเรียกย...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p>         <strong>โรคเอดส์</strong> หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (<strong>AIDS</strong> : Acquired Immune Deficiency Syndrome) เกิดจากการติดเชื้อไวรัสมีชื่อว่า ฮิวแมนอิมมิวโนเดฟีเซียนซีไวรัส (Human Immunodeficiency Virus :<strong>HIV</strong>) หรือเรียกย่อ ๆ ว่า เชื้อเอชไอวี โดยเชื้อเอชไอวีจะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันโรค ทำให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อมีภูมิคุ้มกันต่ำลง จนร่างกายไม่สามารถต้านทานเชื้อโรคได้อีก โรคต่าง ๆ (หรือเรียกอีกนัยหนึ่งว่า โรคฉวยโอกาส) จึงเข้ามาซ้ำเติมได้ง่าย เช่น วัณโรค ปอดบวม ติดเชื้อในระบบโลหิต เชื้อรา ฯลฯ และทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในที่สุด</p><p><strong>สายพันธุ์ของโรคเอดส์</strong></p><p><strong>        </strong>เชื้อไวรัสเอดส์มีหลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์หลักดั้งเดิมคือ เอชไอวี-1 (HIV-1) ซึ่งแพร่ระบาดในแถบสหรัฐอเมริกา ยุโรป และแอฟริกากลาง, เอชไอวี-2 (HIV-2) พบแพร่ระบาดในแถบแอฟริกาตะวันตก นอกจากนี้ยังพบสายพันธุ์อื่น ๆ ที่กลายพันธุ์มาอีกมากมาย</p><p>          ในปัจจุบันทั่วโลกพบสายพันธุ์เชื้อเอชไอวี มากกว่า 10 สายพันธุ์  กระจายอยู่ตามประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยพบมากที่สุดที่ทวีปแอฟริกามีมากกว่า 10 สายพันธุ์ เนื่องจากเป็นแหล่งแรกที่พบเชื้อเอชไอวี และกระจายอยู่เป็นเวลานานกว่า 70 ปี สายพันธุ์ที่พบมากที่สุดในโลก คือสายพันธุ์ซี มากถึง 40% พบในทวีปแอฟริกา อินเดีย จีน รวมทั้งพม่า ส่วนในประเทศไทยพบเชื้อเอชไอวี 2 สายพันธุ์คือ สายพันธุ์เอ-อี (A/E) หรืออี (E) พบมากกว่า 95% แพร่ระบาดระหว่างคนที่มีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง กับสายพันธุ์บี (B) ที่แพร่ระบาดกันในกลุ่มรักร่วมเพศ และผ่านการใช้ยาเสพติดฉีดเข้าเส้น</p><p style="text-align: center"><img src="https://img.kapook.com/u/2018/patcharin/Health/etc/aids2.jpg" /></p><p style="text-align: center"><span style="font-size: 10pt">ภาพจาก https://www.who.int/gho/hiv/en/</span></p><p> </p><p><strong>โรคเอดส์ ติดต่อได้อย่างไร</strong></p><p style="text-align: center"><img src="https://img.kapook.com/u/2016/patcharin/Health/disease/aidstranmit.jpg" /></p><p style="text-align: center"><span style="font-size: 10pt">ภาพจาก https://health.kapook.com/view2757.html</span></p><p><strong>ปัจจัยที่ทำให้ติดเชื้อเอดส์</strong></p><ol><li>ปริมาณเชื้อเอดส์ที่ได้รับ หากได้รับเชื้อเอดส์มาก โอกาสติดโรคเอดส์ก็จะสูงขึ้นไปด้วย โดยเชื้อเอดส์ จะพบมากที่สุดในเลือด รองลงมาคือ น้ำอสุจิ และน้ำในช่องคลอด</li><li>หากมีบาดแผล จะทำให้เชื้อเอดส์เข้าสู่บาดแผล และทำให้ติดโรคเอดส์ได้ง่ายขึ้น</li><li>จำนวนครั้งของการสัมผัส หากสัมผัสเชื้อโรคบ่อย ก็มีโอกาสจะติดเชื้อมากขึ้นไปด้วย</li><li>การติดเชื้ออื่น ๆ เช่น แผลริมอ่อน แผลเริม ทำให้มีเม็ดเลือดขาวอยู่ที่แผลจำนวนมาก จึงรับเชื้อเอดส์ได้ง่าย และเป็นหนทางให้เชื้อเอดส์เข้าสู่แผลได้เร็วขึ้น</li><li>สุขภาพของผู้รับเชื้อ หากสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรงในขณะนั้น ก็ย่อมมีโอกาสที่จะรับเชื้อได้ง่ายขึ้น</li></ol><p><strong>การป้องกันโรคเอดส์</strong></p><ol><li>ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์</li><li>รักเดียว ใจเดียว</li><li>ก่อนแต่งงาน หรือมีบุตร ควรตรวจร่างกาย ตรวจเลือด และขอรับคำปรึกษาเรื่องโรคเอดส์ จากแพทย์ก่อน</li><li>งดใช้สารเสพติดทุกชนิด</li></ol><p><strong>ข้อควรปฏิบัติหากได้รับเชื้อเอดส์</strong></p><p>          ผู้ที่เป็นโรคเอดส์ สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ และควรดูแลสุขภาพให้ดี ไม่ควรวิตกกังวล เพราะหากไม่มีโรคแทรกซ้อนจะสามารถมีชีวิตยืนยาวไปได้อีกหลายปี โดยมีข้อปฏิบัติคือ</p><ol><li>รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีสารอาหารครบถ้วน เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง</li><li>รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ</li><li>หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ หรือหากมีเพศสัมพันธ์ ควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง เพื่อป้องกันการรับเชื้อ หรือแพร่เชื้อเอดส์</li><li>งดการบริจาคเลือด อวัยวะ และงดใช้สิ่งเสพติดทุกชนิด</li><li>หากเป็นหญิง ไม่ควรตั้งครรภ์ เพราะเชื้อเอดส์สามารถถ่ายทอดสู่ลูกได้ถึง 30%</li><li>ทำจิตใจให้สงบ ไม่เครียด ไม่กังวล รวมทั้งอาจฝึกสมาธิ</li><li>อยู่ในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก</li></ol><p> </p><p>ที่มา : https://health.kapook.com/view2757.html</p><p> </p><p> </p><p><span style="font-size: 10pt">เรื่องโดย พงษ์ผไท กิจรุ่งโรจนาพร สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ ม.มหิดล</span></p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/biology-articles/">บทความทางด้านชีววิทยา (Biology-Articles)</category>                        <dc:creator>IL Admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/biology-articles/kingdom-of-condom-aids/#post-131</guid>
                    </item>
							        </channel>
        </rss>
		