<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>        <rss version="2.0"
             xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
             xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
             xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
             xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
             xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
             xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
        <channel>
            <title>
									โมเลกุลของสารประกอบที่ใช้ในเครื่องสำอาง: วิตามินซี (Molecules for cosmetic purposes: Vitamin C) - บทความทางด้านเคมี (Chemistry-Articles)				            </title>
            <link>https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/chemistry-articles/molecules-for-cosmetic-purposes-vitamin-c-%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81/</link>
            <description>Discussion Board</description>
            <language>th</language>
            <lastBuildDate>Tue, 26 May 2026 16:43:58 +0000</lastBuildDate>
            <generator>wpForo</generator>
            <ttl>60</ttl>
							                    <item>
                        <title>โมเลกุลของสารประกอบที่ใช้ในเครื่องสำอาง: วิตามินซี (Molecules for cosmetic purposes: Vitamin C)</title>
                        <link>https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/chemistry-articles/molecules-for-cosmetic-purposes-vitamin-c-%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81/#post-787</link>
                        <pubDate>Sat, 05 Aug 2023 09:46:42 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[วิตามินซี หรือ กรดแอสคอร์บิก (Ascorbic acid) เป็นสารที่ใช้อย่างแพร่หลายในเครื่องสำอางๆ เนื่องจากวิตามินซีเป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ในมนุษย์และสัตว์มีกระดูกสันหลังบางชน...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p>วิตามินซี หรือ กรดแอสคอร์บิก (Ascorbic acid)<span> เป็นสารที่ใช้อย่างแพร่หลายในเครื่องสำอางๆ เนื่องจากวิตามินซีเป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ในมนุษย์และสัตว์มีกระดูกสันหลังบางชนิดไม่สามารถสังเคราะห์วิตามินซีได้เองเนื่องจากไม่มีเอนไซม์แอล-กลูโคโน-แกมมาแลคโตนออกซิเดส </span>(L-glucono-gamma lactone oxidase) <span>ในกระบวนสังเคราะห์วิตามินซีจากน้ำตาลกลูโคส </span>(glucose)<span>  ดังนั้นจำเป็นต้องได้รับวิตามินซีจากอาหาร จากงานวิจัยหลายเรื่องพบว่าปริมาณวิตาวิซีบริเวณชั้นผิวหนังมีความเข้มข้นสูงกว่าเนื้อเยื่อบริเวณอื่นๆ ซึ่งแสดงว่าตามธรรมชาติแล้วร่างกายมีการขนส่งวิตามินซีผ่านทางหลอดเลือดเพื่อสะสมในชั้นผิวหนังเพื่อช่วยในการบำรักษาผิวให้มีสุขภาพที่ดี</span></p>
<p>จากโครงสร้างโมเลกุลของวิตามินซี (<span>รูปที่ </span>1) <span>จะเห็นได้ว่าโมเลกุลมีส่วนที่เป็น </span>Hydrophilic <span>คือส่วนที่ชอบน้ำ เนื่องจากมีหมู่ </span>hydroxyl (-OH) <span>หลายตำแหน่ง ทำให้โมเลกุลของวิตามินซีละลายน้ำได้ดีมาก  นอกจากนี้วิตามินซีมีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อน ไม่เสถียร สลายตัวได้ง่ายจากการถูกออกซิไดซ์ในสภาวะที่มีออกซิเจน โดนแสง และอุณหภูมิสูง นอกจากนี้หมู่ </span>hydroxyl <span>ของวิตามินซีสามารถแตกตัวให้โปรตอน </span>(H<sup>+</sup>) <span>ได้ดีกว่าปกติเนื่องจากเมื่อวิตามินซีแตกตัวให้โปรตอนแล้วเกิดเป็น </span>ascorbate anion <span>ซึ่งอิเล็กตรอนสามารถ </span>delocalization <span>ในโครงสร้างได้ดี</span> (<span>รูปที่ </span>2) <span>ทำให้โมเลกุลมีความเสถียร ดังนั้นวิตามินซีจึงมีคุณสมบัติเป็นกรด</span></p>
<p> </p>
<p><img src="https://il.mahidol.ac.th/th/wp-content/uploads/2023/08/VitaminC-01.jpg" /></p>
<p><strong>รูปที่ </strong><strong>1</strong> <span>โครงสร้างโมเลกุลของ วิตามินซี      </span></p>
<p> </p>
<p><img src="https://il.mahidol.ac.th/th/wp-content/uploads/2023/08/VitaminC-02.jpg" /></p>
<p><strong>รูปที่ </strong><strong>2</strong> <span>การแตกตัวให้โปรตอนของวิตามินซี</span></p>
<p> </p>
<p>วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงเนื่องจากโมเลกุลมีคุณสมบัติเป็นตัวให้ hydrogen <span>และ </span>electron (H<sup>.</sup>) <span>กับอนุมูลอิสระ </span>(free radical)<span> ที่ดี เพื่อให้อนุมูลอิสระเปลี่ยนเป็นสารประกอบที่เสถียร และโครงสร้างของวิตามินซีเกิดเป็น </span>radical <span>ที่อิเล็กตรอนสามารถ </span>delocalize <span>ในโครงสร้างได้ดีทำให้โมเลกุลมีความเสถียร</span> (<span>รูปที่ </span>3) <span>นอกจากนี้มีงานวิจัยรายงานคุณสมบัติฤทธิ์ทางชีวภาพที่ดีของวิตามินซี เช่น ช่วยกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนในชั้นผิว </span>dermal fibroblasts<span> มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส </span>(tyrosinase) <span>ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดสีของผิว เป็นต้น นอกจากนั้นยังพบว่าการใช้วิตามินซีในเครื่องสำอางมีความปลอดภัยสูงถึงแม้จะใช้ในปริมาณระดับสูงเป็นระยะเวลานานก็ตาม ทั้งนี้เนื่องจากวิตามินซีละลายน้ำได้ดี ดังนั้นการได้รับในปริมาณที่สูงกว่าความต้องการของร่างกายก็จะถูกขับออกทางปัสสาวะ จากคุณสมบัติดังกล่าวทำให้วิตามินซี ถูกนำมาใช้เป็น </span>Active ingredient <span>ในเครื่องสำอางหลายชนิดอย่างแพร่หลาย  โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ </span>google trend <span>ตั้งแต่ปี </span>2004-2023 <span>ในหมวด </span>Beauty &amp; Fitness (<span>รูปที่ </span>4 )<span> พบว่าความสนใจของคนทั่วโลกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี </span>2010 <span>เป็นต้นมา ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าวิตามินซีเป็นที่ยอมรับมานาน และได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน ดังนั้นตลาดเครื่องสำอางที่ใช้วิตามินซีเป็น </span>Active ingredient <span>จะยังคงโตขึ้นเรื่อยๆ</span></p>
<p> </p>
<p> </p>
<p><img src="https://il.mahidol.ac.th/th/wp-content/uploads/2023/08/VitaminC-03.jpg" /></p>
<p><strong>รูปที่ </strong><strong>3</strong> <span>ปฏิกิริยาระหว่างวิตามินซีกับอนุมูลอิสระ</span></p>
<p> </p>
<p>           อย่างไรก็ตามวิตามินซีมีข้อจำกัดในเรื่องความเสถียร สามารถสลายตัวได้ง่าย ดังนั้นนักวิจัยได้พัฒนาอนุพันธ์ของวิตามินซี ที่มีความเถียรมากขึ้นแต่ยังคงมีฤทธิ์ทางชีวภาพที่ดีหรือมีประสิทธิภาพใก้ลเคียงกับวิตามินซี ตัวอย่างอนุพันธ์ของวิตามินซี ที่นิยมใช้ในเครื่องสำอาง เช่น ascorbyl <span>6-</span>palmitate, tetra-isopalmitoyl ascorbate, sodium ascorbyl phosphate,  ascorbyl <span>2-</span>glucoside, ascorbyl <span>2-</span>phosphate-<span>6-</span>palmitate<span> และ  3-</span>O-ethyl ascorbate<span> เป็นต้น</span></p>
<p> </p>
<p><img src="https://il.mahidol.ac.th/th/wp-content/uploads/2023/08/VitaminC-04.jpg" /></p>
<p><strong>รูปที่ </strong><strong>4</strong> <span>ข้อมูลจากการค้นของวิตามินซีด้วย </span>google trend <span>ตั้งแต่ปี </span>2004-2023 <span>ในหมวด </span>Beauty &amp; Fitness</p>
<p> </p>
<p><strong>บทความโดย</strong> ผศ. <span>ดร</span>.<span>ภิรมย์ เชนประโคน</span></p>
<p> </p>
<p><strong>เอกสารอ้างอิง</strong></p>
<ul>
<li>Ravetti, S., Clemente, C., Brignone, S., Hergert, L., Allemandi, D., &amp; Palma, S. (2019). Ascorbic acid in skin health. Cosmetics, 6(4), 58.</li>
</ul>
<p> </p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/chemistry-articles/">บทความทางด้านเคมี (Chemistry-Articles)</category>                        <dc:creator>pirom.che</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/chemistry-articles/molecules-for-cosmetic-purposes-vitamin-c-%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81/#post-787</guid>
                    </item>
							        </channel>
        </rss>
		