<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>        <rss version="2.0"
             xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
             xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
             xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
             xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
             xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
             xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
        <channel>
            <title>
									i-Learning Clinic - หัวข้อล่าสุด				            </title>
            <link>https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/</link>
            <description>Discussion Board</description>
            <language>th</language>
            <lastBuildDate>Wed, 01 Jul 2026 18:48:41 +0000</lastBuildDate>
            <generator>wpForo</generator>
            <ttl>60</ttl>
							                    <item>
                        <title>ใช้ AI แล้วไง: กิจกรรมเสริมทักษะการอ่านและการเขียนให้ผู้เรียนด้วยการใช้ AI</title>
                        <link>https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89-ai-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%87-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1/</link>
                        <pubDate>Tue, 30 Jun 2026 16:53:41 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[การเกิดขึ้นของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการใช้ AI ในชีวิตประจำวันของผู้เรียน ทำให้ผู้สอนต้องทบทวนทั้ง วิธีการสอน และเนื้อหาที่นำเสนอแก่ผู้เรียนในทุกระดับการศึกษา ซึ่งแม้ว่าการใช้ AI จะดูเหมือนเป...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="font-size: 12pt">การเกิดขึ้นของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการใช้ AI ในชีวิตประจำวันของผู้เรียน ทำให้ผู้สอนต้องทบทวนทั้ง วิธีการสอน และเนื้อหาที่นำเสนอแก่ผู้เรียนในทุกระดับการศึกษา ซึ่งแม้ว่าการใช้ AI จะดูเหมือนเป็นอุปสรรคและส่งผลเสียต่อกระบวนการคิด การอ่าน และการเขียนของผู้เรียนอย่างมากและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามผู้สอนสามารถออกแบบการเรียนรู้ที่ไม่ต้องห้ามใช้ AI ปล่อยใหให้ผู้เรียนใช้ AI ได้ปกติ แต่ยังคงช่วยเสริมสร้างการอ่านและการเขียนให้ผู้เรียนได้หากบูรณาการการใช้ AI ได้อย่างเหมาะสมและมีวิจารณญาณ โดยตัวอย่างกิจกรรม เช่น</span></strong></p>
<p>กิจกรรม: ทำคำอธิบายประกอบ (Annotate) – ถอดความ (Paraphrase) – สะท้อนความคิด (Reflect)</p>
<p data-start="534" data-end="731"><span style="font-size: 12pt"><strong data-start="534" data-end="563">ตัวอย่างในระดับมัธยมศึกษา</strong></span><br data-start="563" data-end="566" /><span style="font-size: 12pt">ให้นักเรียนทำคำอธิบายประกอบ (Annotate) ในข้อความสั้น ๆ จากนั้นเขียนถอดความด้วยตนเอง <strong data-start="650" data-end="666">โดยไม่ใช้ AI</strong> แล้วจึงนำไปเปรียบเทียบกับข้อความที่ AI ถอดความจากต้นฉบับเดียวกัน</span></p>
<p data-start="733" data-end="908"><span style="font-size: 12pt"><strong data-start="733" data-end="761">ตัวอย่างในระดับอุดมศึกษา</strong></span><br data-start="761" data-end="764" /><span style="font-size: 12pt">ให้นักศึกษาถอดความบทความวิชาการด้วยตนเอง จากนั้นเปรียบเทียบกับผลลัพธ์ที่ AI สร้างขึ้น และสะท้อนความคิดเกี่ยวกับความแตกต่างของความหมายที่เกิดขึ้น</span></p>
<p data-start="962" data-end="978"><span style="font-size: 12pt"><strong data-start="962" data-end="978">วัตถุประสงค์</strong></span></p>
<ul data-start="979" data-end="1126">
<li data-section-id="2p8to6" data-start="979" data-end="1051"><span style="font-size: 12pt">ทำให้กระบวนการคิดของผู้เรียนปรากฏอย่างชัดเจน (Making Thinking Visible)</span></li>
<li data-section-id="1aziju3" data-start="1052" data-end="1126"><span style="font-size: 12pt">ส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์เชิงลึกกับแหล่งข้อมูลต้นฉบับ (Source Engagement)</span></li>
</ul>
<p data-start="1128" data-end="1158"><span style="font-size: 12pt"><strong data-start="1128" data-end="1158">ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการใช้</strong></span></p>
<ul data-start="1159" data-end="1249">
<li data-section-id="1miv7ae" data-start="1159" data-end="1196"><span style="font-size: 12pt">ก่อนเริ่มเขียนร่างงาน (Pre-writing)</span></li>
<li data-section-id="pjlous" data-start="1197" data-end="1249"><span style="font-size: 12pt">หรือในช่วงเริ่มต้นของการเขียนร่าง (Early Drafting)</span></li>
</ul>
<h3 data-section-id="7k2jhw" data-start="1251" data-end="1283"><span style="font-size: 12pt"><strong data-start="1255" data-end="1283">ตัวอย่างการมอบหมายงาน</strong></span></h3>
<p><span style="font-size: 12pt">จงถอดความข้อความต่อไปนี้ด้วยถ้อยคำของตนเอง จากนั้นเปรียบเทียบกับข้อความที่ AI ถอดความจากต้นฉบับเดียวกัน และวิเคราะห์ว่า AI สามารถรักษาความหมายเดิมไว้ได้มากน้อยเพียงใด มีส่วนใดที่ความหมายเปลี่ยนแปลงไป หรือมีประเด็นสำคัญใดที่ AI ตกหล่นหรือไม่ได้นำเสนอ พร้อมทั้งอธิบายเหตุผลประกอบ<br /><br />__________________________________________________________<br /><br /><br /><span style="color: #0000ff"><strong>กิจกรรม: ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์ที่ AI สร้างขึ้น (AI Output Credibility Check)</strong></span><br /></span></p>
<p class="PDq2pG_selectionAnchorContainer" data-start="97" data-end="237"><span style="font-size: 12pt"><strong data-start="97" data-end="126">ตัวอย่างในระดับมัธยมศึกษา</strong></span><br data-start="126" data-end="129" /><span style="font-size: 12pt">ให้นักเรียนตรวจสอบความถูกต้องของบทสรุปที่ AI สร้างขึ้น โดยเปรียบเทียบกับเนื้อหาจากบทอ่านต้นฉบับ (Fact-check)<span class="PDq2pG_selectionAnchor" aria-hidden="true"></span></span></p>
<p data-start="239" data-end="422"><span style="font-size: 12pt"><strong data-start="239" data-end="267">ตัวอย่างในระดับอุดมศึกษา</strong></span><br data-start="267" data-end="270" /><span style="font-size: 12pt">ให้นักศึกษาตรวจสอบความถูกต้อง ความครบถ้วน และความสอดคล้องของบทสรุปหรือข้อความถอดความจากแหล่งข้อมูลวิชาการที่ AI สร้างขึ้น โดยเปรียบเทียบกับเอกสารต้นฉบับ</span></p>
<h3 data-section-id="60dbc3" data-start="424" data-end="474"><span style="font-size: 12pt"><strong data-start="428" data-end="474">วัตถุประสงค์ และช่วงเวลาที่เหมาะสมในการใช้</strong></span></h3>
<p data-start="476" data-end="492"><span style="font-size: 12pt"><strong data-start="476" data-end="492">วัตถุประสงค์</strong></span></p>
<ul data-start="493" data-end="683">
<li data-section-id="1aziju3" data-start="493" data-end="567"><span style="font-size: 12pt">ส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์เชิงลึกกับแหล่งข้อมูลต้นฉบับ (Source Engagement)</span></li>
<li data-section-id="elevmu" data-start="568" data-end="683"><span style="font-size: 12pt">ส่งเสริมการใช้ AI ในฐานะเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ (AI as Support) ไม่ใช่แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้โดยอัตโนมัติ</span></li>
</ul>
<p data-start="685" data-end="715"><span style="font-size: 12pt"><strong data-start="685" data-end="715">ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการใช้</strong></span></p>
<ul data-start="716" data-end="823">
<li data-section-id="jrh63j" data-start="716" data-end="775"><span style="font-size: 12pt">หลังจากผู้เรียนอ่านแหล่งข้อมูลต้นฉบับแล้ว (After Reading)</span></li>
<li data-section-id="1i7t2qx" data-start="776" data-end="823"><span style="font-size: 12pt">ก่อนเริ่มเขียนหรือจัดทำผลงาน (Before Writing)</span></li>
</ul>
<h3 data-section-id="7k2jhw" data-start="825" data-end="857"><span style="font-size: 12pt"><strong data-start="829" data-end="857">ตัวอย่างการมอบหมายงาน</strong></span></h3>
<p><span style="font-size: 12pt">จงตรวจสอบบทสรุปที่ AI สร้างขึ้น โดยระบุข้อมูลอย่างน้อย 2 ประเด็นที่ AI สรุปได้ถูกต้องตามต้นฉบับ และ 1 ประเด็นที่ AI ละเลย ตีความคลาดเคลื่อน หรือสื่อความหมายไม่ครบถ้วน พร้อมอธิบายโดยอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลต้นฉบับ</span></p>
<p>___________________________________________________________________<br /><br /><br /><span style="color: #ff0000"><strong><span style="font-size: 12pt">กิจกรรม: เชื่อมโยงข้อกล่าวอ้างกับแหล่งข้อมูล (Source-to-Claim Mapping)</span></strong></span></p>
<p class="PDq2pG_selectionAnchorContainer" data-start="80" data-end="289"><span style="font-size: 12pt"><strong data-start="80" data-end="109">ตัวอย่างในระดับมัธยมศึกษา</strong></span><br data-start="109" data-end="112" /><span style="font-size: 12pt">ให้นักเรียนเชื่อมโยงข้อกล่าวอ้าง (Claims) กับแหล่งข้อมูลที่ใช้สนับสนุน โดยใช้แผนผังหรือกราฟิกออร์แกไนเซอร์ (Graphic Organizer) เพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างข้อกล่าวอ้างและหลักฐาน<span class="PDq2pG_selectionAnchor" aria-hidden="true"></span></span></p>
<p data-start="291" data-end="542"><span style="font-size: 12pt"><strong data-start="291" data-end="319">ตัวอย่างในระดับอุดมศึกษา</strong></span><br data-start="319" data-end="322" /><span style="font-size: 12pt">ให้นักศึกษาจัดทำแผนผังแนวคิด (Concept Map) หรือบรรณานุกรมพร้อมคำอธิบาย (Annotated Bibliography) เพื่อแสดงความเชื่อมโยงระหว่างข้อกล่าวอ้างกับแหล่งข้อมูลวิชาการหลายแหล่ง และอธิบายบทบาทของแต่ละแหล่งในการสนับสนุนข้อเสนอของตน</span></p>
<h3 data-section-id="60dbc3" data-start="544" data-end="594"><span style="font-size: 12pt"><strong data-start="548" data-end="594">วัตถุประสงค์ และช่วงเวลาที่เหมาะสมในการใช้</strong></span></h3>
<p data-start="596" data-end="612"><span style="font-size: 12pt"><strong data-start="596" data-end="612">วัตถุประสงค์</strong></span></p>
<ul data-start="613" data-end="759">
<li data-section-id="2p8to6" data-start="613" data-end="685"><span style="font-size: 12pt">ทำให้กระบวนการคิดของผู้เรียนปรากฏอย่างชัดเจน (Making Thinking Visible)</span></li>
<li data-section-id="1olbn08" data-start="686" data-end="759"><span style="font-size: 12pt">ส่งเสริมการใช้และประเมินแหล่งข้อมูลอย่างมีวิจารณญาณ (Source Engagement)</span></li>
</ul>
<p data-start="761" data-end="791"><span style="font-size: 12pt"><strong data-start="761" data-end="791">ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการใช้</strong></span></p>
<ul data-start="792" data-end="880">
<li data-section-id="1chz083" data-start="792" data-end="834"><span style="font-size: 12pt">ระหว่างการเขียนร่างงาน (During Drafting)</span></li>
<li data-section-id="jwfsi0" data-start="835" data-end="880"><span style="font-size: 12pt">หรือในช่วงการทบทวนและปรับปรุงงาน (Revision)</span></li>
</ul>
<p><span style="font-size: 12pt"><strong>ตัวอย่างการมอบหมายงาน</strong> </span></p>
<p><span style="font-size: 12pt">สำหรับข้อกล่าวอ้าง (Claim) แต่ละข้อในงานเขียนของคุณ ให้ระบุแหล่งข้อมูลที่ใช้สนับสนุน พร้อมอธิบายว่าแหล่งข้อมูลนั้นมีส่วนช่วยสนับสนุนหรือเสริมความน่าเชื่อถือของข้อกล่าวอ้างดังกล่าวอย่างไร</span> <br /><br /><br /><br /><br /><span style="font-size: 12pt">แหล่งที่มาของข้อมูล: Turnitin (2026). Strengthening the reading-writing connection with AI.</span></p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/"></category>                        <dc:creator>natthasit.n</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89-ai-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%87-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>เงินสดย่อย (Petty Cash) คืออะไร</title>
                        <link>https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2-petty-cash-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
                        <pubDate>Tue, 30 Jun 2026 16:14:03 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[เงินสดย่อย (Petty Cash) คืออะไร
เงินสดย่อย หมายถึง วงเงินสดจำนวนหนึ่งที่กิจการได้มีการเบิกเงินสดออกมาถือไว้เพื่อให้เกิดความสะดวกในการจ่ายค่าใช้จ่ายที่มีจำนวนเงินเล็กน้อย และหรือค่าใช้จ่ายเบ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<div style="text-align: justify"><span style="font-weight: 400">เงินสดย่อย (Petty Cash) คืออะไร</span></div>
<div style="text-align: justify"><b>เงินสดย่อย</b><span style="font-weight: 400"> หมายถึง วงเงินสดจำนวนหนึ่งที่กิจการได้มีการเบิกเงินสดออกมาถือไว้เพื่อให้เกิดความสะดวกในการจ่ายค่าใช้จ่ายที่มีจำนวนเงินเล็กน้อย และหรือค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดอื่น ๆ ที่ไม่คุ้มกับการเขียนเช็คสั่งจ่าย หรือผู้ขายขอรับชำระเป็นเงินสด เช่น ค่าอาหารว่างสำหรับการประชุม ค่าไปรษณีย์ เป็นต้น โดยจะกําหนดให้มีผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับเงินสดย่อยโดยตรง เรียกว่า “</span><b>ผู้รักษาเงินสดย่อย (Petty Cashier)</b><span style="font-weight: 400">” ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเงินสดย่อย จ่ายเงินสดย่อยให้กับผู้ขอเบิก เก็บเอกสารการจ่ายเงินสดย่อย รวมถึงการขอเบิกชดเชยวงเงินสดย่อยตามจำนวนที่มีการขอเบิกไปใช้เพื่อทำให้เงินสดย่อยมีจำนวนเท่ากับวงเงินที่กำหนดไว้</span></div>
<div style="text-align: justify"><span style="font-weight: 400"> </span><span style="font-weight: 400">กระบวนการบริหารวงเงินสดย่อย มีรายละเอียด ดังนี้</span></div>
<div style="text-align: justify">
<ol>
<li style="text-align: justify"><b> การตั้งวงเงินสดย่อย</b><span style="font-weight: 400">เป็นขั้นตอนแรกที่กิจการจะต้องจัดทำ โดยเริ่มจากการกำหนดประเภทค่าใช้จ่ายที่สามารถเบิกใช้จากวงเงินสดย่อยได้ กำหนดจำนวนเงินที่สามารถเบิกใช้ได้    ต่อครั้ง ผู้มีอำนาจอนุมัติการจ่าย และหลักฐานประกอบการจ่ายให้ชัดเจนเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตหรือการนำเงินไปใช้ที่ผิดวัตถุประสงค์ พร้อมทั้งกำหนดผู้รับผิดชอบ    ในการทำหน้าที่รักษาเงินสดย่อย (Petty Cashier)  โดยบริษัทต้องสื่อสารนโยบายรวมถึงแนวทางปฏิบัติในการเบิกเงินสดย่อยให้พนักงานรับทราบโดยทั่วกัน  สำหรับการกำหนดจำนวนวง เงินสดย่อยอย่างไรให้เหมาะสม แนะนำให้กิจการนำข้อมูลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในอดีตมาประกอบการพิจารณา รวมถึงความถี่ในการเบิกชดเชยในแต่ละรอบเพื่อเป็นข้อมูลใน การกำหนดจำนวนเงินให้ครอบคลุมต่อค่าใช้จ่าย</span></li>
<li style="text-align: justify"><b>การจ่ายเงินสดย่อย </b><span style="font-weight: 400">สำหรับการควบคุมการจ่ายเงินสดย่อย ควรมีการกำหนดแบบฟอร์ม “ใบเบิกเงินสดย่อย” เพื่อเป็นเอกสารหลักฐานการเบิกจ่าย และมีการตรวจสอบโดยต้นเรื่อง    ก่อนทำการเบิกเงินสดย่อย เช่น เมื่อมีความประสงค์ในการขอเบิกเงินสดย่อย ผู้ขอเบิกจะต้องจัดทำ “ใบเบิกเงินสดย่อย”และตรวจสอบว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเป็นประเภทรายการที่อยู่ในค่าใช้จ่ายที่สามารถเบิกใช้จากวงเงินสดย่อยได้ตามที่บริษัทกำหนดหรือไม่ ก่อนแนบเอกสารประกอบการจ่ายเงิน เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำหรับการเบิกเงินสดย่อย โดยผ่านการ    ตรวจสอบและอนุมัติรายการจากผู้บังคับบัญชา  (ตามที่กำหนดในอำนาจอนุมัติของแต่ละบริษัท)  และทุกครั้งที่จ่ายเงินสดย่อย  ผู้รักษาเงินสดย่อย</span><b>ต้องตรวจสอบ</b><span style="font-weight: 400">เอกสารให้ครอบ    คลุมเพื่อให้สามารถใช้เป็นรายจ่ายทางภาษีได้ ก่อนประทับตรา “จ่ายแล้ว” ในเอกสารทุกฉบับ และต้องบันทึกรายการจ่ายเงินสดย่อยใน “ทะเบียนคุมจ่ายเงินสดย่อย” พร้อมบันทึกอ้างอิงเลขที่เอกสารที่ “ใบเบิกเงินสดย่อย” เพื่อป้องกันการนำเอกสารเหล่านั้นกลับมาขอเบิกซ้ำอีกครั้ง จากนั้นจัดเก็บชุดเอกสารการเบิกเงินสดย่อยเข้าแฟ้มเรียงตามเลขที่เพื่อรอ    การเบิกชดเชยเงินสดย่อย เมื่อถึงระยะเวลาที่ต้องเคลียร์เงินสดย่อย และ/หรือมูลค่าเงินสดย่อยคงเหลือที่กำหนด</span></li>
<li><b>การเบิกชดเชยเงินสดย่อย</b><span style="font-weight: 400"> บริษัทควรกำหนดระยะเวลาที่ต้องเคลียร์เงินสดย่อย และหรือมูลค่าเงินสดย่อยคงเหลือที่ชัดเจนสำหรับการเบิกชดเชยเพื่อให้ทันต่อการใช้จ่ายเงินสดย่อย และทุกครั้งที่มีการเบิกเงินชดเชยต้องจัดทำ “ใบสรุปการจ่ายเงินสดย่อย” โดยแนบ “ใบเบิกเงินสดย่อย”  และเอกสารประกอบการจ่ายเงินให้ครบถ้วนและถูกต้อง ทั้งนี้เพื่อเป็นข้อมูลประกอบในการสอบทานความถูกต้องของรายการค่าใช้จ่าย และสำหรับการเบิกชดเชยเงินสดย่อยต้องได้รับการตรวจสอบจากผู้บังคับบัญชาทุกครั้งก่อนนำส่งให้แผนกบัญชีบันทึกรับรู้รายการทางบัญชีและเบิกชดเชยเงินสดย่อยให้เท่ากับวงเงินที่กำหนดไว้</span></li>
<li><b> การปรับปรุงวงเงินสดย่อย</b><span style="font-weight: 400"> ทุกปีกิจการต้องทบทวนความเหมาะสมของวงเงินสดย่อยทุกวงเงินเพื่อพิจารณาทบทวนถึงความเหมาะสมของวงเงินว่าเพียงพอต่อการใช้จ่ายเงินสดย่อยหรือไม่  (โดยดูจากสถิติการใช้เงินสดย่อยในแต่ละเดือน)  หากพบว่าต้องมีการปรับปรุงวงเงินให้นำเสนอขออนุมัติปรับปรุงวงเงินสดย่อยเพิ่มขึ้น (ลดลง) ต่อผู้บริหาร  ทั้งนี้การปรับวงเงินต้องให้เหมาะสมกับการใช้เงินจริงและสะดวกต่อการดำเนินงานในรอบเวลานั้น ๆ</span></li>
<li style="text-align: justify"><span style="font-weight: 400"></span><b> การเก็บรักษาเงินสดย่อย</b><span style="font-weight: 400">สำหรับเงินสดย่อยเป็นส่วนที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดการทุจริตได้ง่ายมากหากมีการปฏิบัติงานที่ไม่รัดกุม หรือไม่มีแนวทางในการเข้าตรวจสอบการปฏิบัติ  งาน ขั้นแรกคือ ควรกำหนดให้การเก็บเงินสดย่อยต้องแยกจากเงินอื่น ๆ หรือเงินสดส่วนตัวของผู้รักษาเงินสดย่อย และต้องจัดเก็บไว้ในที่ปลอดภัยและมีกุญแจล็อก จากนั้นกำหนด  ระยะเวลาในการเข้าตรวจสอบ และตรวจนับเงินสดคงเหลือทั้งนี้ความถี่ในการตรวจนับขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและลักษณะธุรกิจ โดยจะแบ่งการเข้าตรวจสอบ/ตรวจนับเป็น 2 แบบ </span></li>
</ol>
</div>
<div style="text-align: justify"><b>  </b>      5.1 แบบที่ 1  <span style="font-weight: 400">กำหนดเป็นวันที่ชัดเจน  โดยกำหนดให้ผู้รักษาเงินสดย่อยต้องตรวจนับเงินสดย่อยคงเหลือกระทบยอดกับเอกสาร ที่มีการเบิกเงินสดย่อยตามระยะเวลาที่ กำหนด  </span> <span style="font-weight: 400">  เช่น ทุก   เย็นวันศุกร์ หรือทุกวันที่ 15 ของเดือน เป็นต้น</span></div>
<div style="text-align: justify"><b>  </b>       5.2 แบบที่ 2 <span style="font-weight: 400">กำหนดให้มีการสุ่มตรวจนับ (Surprise check)  โดยกำหนดให้แผนกบัญชีเป็นผู้ทำหน้าที่ในการเข้าตรวจนับ  เช่น ทุกเดือน หรืออย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง  สำหรับ  การสุ่มตรวจนับ (Surprise check) เป็นแนวปฏิบัติที่สามารถตรวจสอบได้ว่าเกิดการทุจริต  ในการเบิกใช้วงเงินสดย่อยหรือไม่ เพราะผู้รักษาเงินสดย่อยไม่ทราบการเข้าตรวจนับใน  แต่ละครั้ง </span></div>
<div style="text-align: justify"><span style="font-weight: 400">ปัจจุบันยังมีการควบคุมและการเก็บรักษาเงินสดย่อยที่นอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น คือ การจัดเก็บเงินในบัญชีธนาคาร ซึ่งในหลาย ๆ องค์กรจะไม่เน้นการเบิกเงินสดออกมาจัดเก็บไว้ แต่จะเป็นการโอนเข้าบัญชีของผู้ขอเบิกเงินสดย่อยแทน โดยทำการเปิดบัญชีประเภทสะสมทรัพย์ในชื่อพนักงานผู้ถือวงเงินสดย่อยโดยมีวัตถุประสงค์สำหรับไว้ใช้ในการเบิกชดเชย และในขณะเดียวกันผู้ถือวงเงินสดย่อยสามารถใช้ Internet banking ในบัญชีดังกล่าวได้เพื่อทำการถอนใช้วงเงินสดย่อยเฉพาะข้อดีของการเปิดบัญชีจะทำให้สามารถกระทบยอดการเบิกชดเชยโดยตรวจสอบกับรายการฝาก และการเบิกจ่ายสามารถตรวจสอบกับรายการถอนในรายการเดินบัญชีธนาคารดังกล่าวได้ สำหรับวิธีนี้จะช่วยให้ลดการทำงานในการเข้าตรวจนับเงินสดคงเหลือร่วมกับผู้รักษาเงินสดย่อย</span></div>
<div style="text-align: justify"><span style="font-weight: 400">เมื่อพูดถึงการเปิดบัญชี และการทำรายการทางการเงินผ่านธนาคาร หลาย ๆ ท่านอาจมีข้อสงสัยว่าค่าธรรมเนียมการโอน หรือค่าธรรมเนียมรายปีหากเกิดขึ้นจะต้องทำอย่างไร ซึ่งหากเกิดค่าใช้จ่ายดังกล่าวผู้รักษาเงินสดย่อยจะต้องเบิกชดเชยผ่านวงเงินดังกล่าวและถือเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท ฯ และกรณีที่เกิดดอกเบี้ยขึ้นก็ต้องถือเป็นรายได้อื่นของบริษัท ฯ เช่นกัน ซึ่งบริษัทควรกำหนดนโยบายในการจัดการสำหรับค่าธรรมเนียม และดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นให้ชัดเจนเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน รายการดังกล่าวจะพบตอนที่เบิกชดเชยวงเงินสดย่อยอยู่แล้ว ซึ่งจะแสดงเป็นยอดผลต่างระหว่างวงเงินสดย่อยหักยอดคงเหลือในบัญชีเงินฝากธนาคารหักเงินสดย่อยในมือและหักด้วยหลักฐาน/เอกสารประกอบการเบิกจ่าย ทั้งนี้สำหรับการเลือกใช้วิธีในการควบคุมการเบิกจ่ายเงินสดย่อยและการเก็บรักษาให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้บริหาร และความเหมาะสมในแต่ละประเภทธุรกิจ</span><span style="font-weight: 400"><br /></span><b>           6. การปิดวงเงินสดย่อย</b><span style="font-weight: 400">เมื่อมีวงเงินสดย่อยที่ไม่ได้ใช้  กำหนดให้ผู้รักษาเงินสดย่อย</span><b>ต้องจัดทำเอกสาร</b><span style="font-weight: 400">  “ใบขออนุมัติปิดวงเงินสดย่อย” โดยเสนอผู้บริหารลงนามให้ครบถ้วน  ก่อน    ส่งเรื่องให้แผนกบัญชีเพื่อทำการติดตามเงินสดย่อยจากผู้รักษาเงินสดย่อย และทำการปรับปรุงข้อมูลวงเงินสดย่อยให้เป็นปัจจุบัน รวมถึงสื่อสารการปิดวงเงินสดย่อยให้พนักงานรับ    ทราบโดยทั่วกัน</span></div>
<div> </div>
<div style="text-align: justify"><span style="font-weight: 400">           การมีเงินสดย่อย เพื่อใช้จ่ายในกรณี ที่ชื้อของเล็กๆ น้อยๆ หรือว่าเร่งด่วน ก็ทำให้คนทำงานสะดวกมากขึ้น ถึงจะเป็นเงินจำนวนไม่มาก แต่ก็อาจสร้างปัญหาได้เหมือนกัน อย่างไรก็ดีหน่วยการควรให้ความสำคัญ ควรกำหนดให้มีผู้รับผิดชอบกำกับดูแล คอยตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องการทุจริตที่อาจเกิดขึ้น </span></div>
<div> </div>
<div style="text-align: justify"><span style="font-weight: 400"> นีรชา กลิ่นพยอม</span></div>
<div> </div>
<div><b> </b><span style="font-weight: 400">ที่มา </span><a href="https://www.dir.co.th/en/news/ia-news/petty-cash-2.html"><span style="font-weight: 400">https://www.dir.co.th/en/news/ia-news/petty-cash-2.html</span></a></div>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/"></category>                        <dc:creator>neeracha</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2-petty-cash-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ปัญหาการทุจริตทางการเงิน</title>
                        <link>https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87/</link>
                        <pubDate>Tue, 30 Jun 2026 15:54:00 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ปัญหาการทุจริตทางการเงิน 
การทุจริตทางการเงิน ถ้าเกิดขึ้น ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ของหน่วยงาน ถ้าไม่มีการตรวจสอบ หรือวิธีป้องกันที่ดี อาจทำให้คนที่ไม่ซื้อสัตย์ สามารถยกยอกนำเงินไปใช้ส่วนตัวได้ ว...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400">ปัญหาการทุจริตทางการเงิน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400">การทุจริตทางการเงิน ถ้าเกิดขึ้น ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ของหน่วยงาน ถ้าไม่มีการตรวจสอบ หรือวิธีป้องกันที่ดี อาจทำให้คนที่ไม่ซื้อสัตย์ สามารถยกยอกนำเงินไปใช้ส่วนตัวได้ วันนี้จะมีตัวอย่างปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td>
<p><b>ปัญหาที่เกิดขึ้น : รับเงินสดแต่ไม่นำฝากธนาคาร แต่กลับนำไปหมุนใช้ส่วนตัว</b><span style="font-weight: 400"> (รับจากลูกค้า / รับจากการเคลียร์เงินต่างๆ เป็นต้น)</span></p>
<p><b>แนวทางการจัดการ</b><span style="font-weight: 400"><br /></span><span style="font-weight: 400">• ทำทะเบียนคุมการรับเงินสด และการนำฝากธนาคาร</span><span style="font-weight: 400"><br /></span><span style="font-weight: 400">• วิเคราะห์บัญชีลูกหนี้</span><span style="font-weight: 400"><br /></span><span style="font-weight: 400">• กระทบยอดบัญชีแยกประเภทและบัญชีลูกหนี้รายตัว</span><span style="font-weight: 400"><br /></span><span style="font-weight: 400">• ตรวจสอบใบเสร็จรับเงิน</span><span style="font-weight: 400"><br /></span><span style="font-weight: 400">• ตรวจสอบเอกสารประกอบการรับเงิน</span><span style="font-weight: 400"><br /></span><span style="font-weight: 400"><br /></span><b>ปัญหาที่เกิดขึ้น : นำเงินสดย่อยไปใช้ส่วนตัว</b><b><br /></b><b>แนวทางการจัดการ</b><span style="font-weight: 400"><br /></span><span style="font-weight: 400">• เก็บเงินเข้าตู้เซฟในห้องผู้บังคับบัญชาทุกสิ้นวัน</span><span style="font-weight: 400"><br /></span><span style="font-weight: 400">• ตรวจนับเงินสดย่อย (Surprise check) โดยผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินสดย่อยเป็นระยะๆ</span><span style="font-weight: 400"><br /></span><span style="font-weight: 400">• ปัญหาที่เกิดขึ้น : นำเอกสารมาจ่ายซ้ำ โดยแบ่งผลประโยชน์กับผู้รับเงิน</span><span style="font-weight: 400"><br /></span><span style="font-weight: 400"><br /></span><b>ปัญหาที่เกิดขึ้น : นำเอกสารมาจ่ายซ้ำ โดยแบ่งผลประโยชน์กับผู้รับเงิน</b><b><br /></b><b>แนวทางการจัดการ</b><span style="font-weight: 400"><br /></span><span style="font-weight: 400">• เอกสารประกอบการจ่าย เมื่อจ่ายเงินแล้วให้ประทับ “จ่ายแล้ว” / “Paid”</span><span style="font-weight: 400"><br /></span><span style="font-weight: 400">• เอกสารประกอบการจ่ายต้องเป็นเอกสารต้นฉบับเท่านั้น</span><span style="font-weight: 400"><br /></span><span style="font-weight: 400"><br /></span><b>ปัญหาที่เกิดขึ้น : นำของโปรโมชั่นไปใช้ส่วนตัวไม่ถึงมือลูกค้า</b><b><br /></b><span style="font-weight: 400">แนวทางการจัดการ</span><span style="font-weight: 400"><br /></span><span style="font-weight: 400">• จัดทำแผนงานส่งเสริมการขายเป็นลายลักษณ์อักษร</span><span style="font-weight: 400"><br /></span><span style="font-weight: 400">• มีเอกสารผ่านการอนุมัติให้นำสินค้าตัวอย่างไปให้ลูกค้า พร้อมให้ลูกค้าลงนามรับของ</span><span style="font-weight: 400"><br /></span><span style="font-weight: 400"><br /></span><b>ปัญหาที่เกิดขึ้น : ยักยอกเงิน โดยนำส่งเงินไม่ครบถ้วน รายงานยอดขายต่ำกว่าความเป็นจริง</b><b><br /></b><b>แนวทางการจัดการ</b><span style="font-weight: 400"><br /></span><span style="font-weight: 400">• กระทบยอดขายในระบบกับจำนวนเงินที่ได้รับ ทั้งที่เป็นเงินสด / บัตรเครดิต / เดบิต และลูกหนี้</span><span style="font-weight: 400"><br /></span><span style="font-weight: 400"><br /></span><b>ปัญหาที่เกิดขึ้น : ยักยอดเงินจากลูกค้า เช่น ได้รับแบงค์ 1,000 บอกว่าได้รับแบงค์ 500 เป็นต้น</b><b><br /></b><b>แนวทางการจัดการ</b><span style="font-weight: 400"><br /></span><span style="font-weight: 400">• ตรวจสอบรายงาน ชนิด / จำนวนเงิน เข้าและออกในลิ้นชักประจำวัน /ติดกล้องวงจรปิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">           ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น เป็นการยกตัวอย่าง ปัญหาถ้าเกิดขึ้นจะสร้างความเสียหายให้กับหน่วยงาน ซึ่งถ้าผู้ที่ดูแลเรื่องการเงิน มีความซื่อสัตย์ ก็จะไม่ทำให้เกิดปัญหาเหล่านั้น ซึ่งหน่วยงานควรวางระบบป้องกันให้ดี และให้มีผู้ทำหน้าที่ ในการตรวจสอบ ด้านดารเงินอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นกับหน่วยงาน</span></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400">นีรชา  กลิ่นพยอม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400">ที่มา </span><a href="https://shorturl.asia/h8LbU"><span style="font-weight: 400">https://shorturl.asia/h8LbU</span></a></p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/"></category>                        <dc:creator>neeracha</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>สร้างนวัตกรรมการเรียนรู้พัฒนางานบริการวิชาการ : จาก Active Learning สู่นวัตกรรมการเรียนรู้ในยุคปัญญาประดิษฐ์</title>
                        <link>https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a3/</link>
                        <pubDate>Tue, 30 Jun 2026 15:40:39 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ขับเคลื่อนให้เกิดการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างก้าวกระโดด สถาบันการศึกษาจำต้องปรับเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้เชิงรับ ไปสู่การพัฒนาสมรรถนะที่เครื่...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<div style="text-align: left">ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ขับเคลื่อนให้เกิดการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างก้าวกระโดด สถาบันการศึกษาจำต้องปรับเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้เชิงรับ ไปสู่การพัฒนาสมรรถนะที่เครื่องจักรไม่สามารถทดแทนได้ บทความนี้กล่าวถึงความสำเร็จในช่วง 8 ปี (พ.ศ. 2561-2568) <span>ที่ผ่านมาของสถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล ผ่านโครงการ <strong><em>“เปิดโลกทัศน์วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม”</em></strong> ซึ่งถือเป็นโมเดลต้นแบบของการนำแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก (</span>Active Learning) <span>มาประยุกต์ใช้เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของโลกยุคใหม่ และพิสูจน์ให้เห็นถึงความจำเป็นของกระบวนการเรียนรู้ดังกล่าว แม้ในยุคที่ผู้เรียนสามารถพึ่งพาตนเองและใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ได้อย่างแพร่หลายแล้วก็ตาม</span></div>
<div style="text-align: left"><strong> </strong><strong> </strong><strong> </strong></div>
<ol>
<li><strong> <span>จุดเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์และการตอบสนองต่อโลกยุคใหม่</span></strong></li>
</ol>
<p>การวิเคราะห์การเติบโตพบว่า <strong>ปีงบประมาณ </strong><strong>2565 <span>คือ “จุดเปลี่ยนสำคัญ (</span>Strategic Tipping Point)<span>”</span></strong>         ของโครงการ หลังเผชิญกับสถานการณ์ COVID-19 <span>สถาบันฯ ได้ทำการปรับทิศทางกลยุทธ์การบริหารจัดการกิจกรรมโดยมุ่งเน้นที่หลักสูตร <strong>“</strong></span><strong>STEM &amp; Robotics Camp<span>”</span></strong><span> เป็นสำคัญ ส่งผลให้จำนวนผู้เข้าร่วมก้าวกระโดดจาก </span>328 <span>คน ในปี </span>2564 <span>เพิ่มขึ้นเกือบ </span>3 <span>เท่าเป็น </span>1,851 <span>คน ในปี </span>2565 <span>และรักษาฐานผู้เข้าร่วมได้ต่อเนื่องจนแตะระดับ </span>3,000 <span>คนต่อปี ในปัจจุบัน</span></p>
<p><em>(<span>ข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งภายนอก: การปรับตัวนี้สอดคล้องกับแนวทางของ </span>UNESCO <span>ที่เน้นย้ำว่าการศึกษาในยุค </span>AI <span>ต้องมุ่งเน้นการคิดเชิงวิพากษ์และการแก้ปัญหาผ่านวิทยาการคำนวณ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีขั้นสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ)</span></em></p>
<p>&nbsp;</p>
<ol start="2">
<li><strong> <span>นวัตกรรมหลักสูตร: “เรือธง” แห่งการเรียนรู้</span></strong></li>
</ol>
<p>หัวใจสำคัญที่ทำให้โครงการนี้แตกต่าง คือ <strong>“สื่อและนวัตกรรมจากงานวิจัย” (</strong><strong>Unique Value Proposition)</strong> <span>ที่นำมาใช้เป็นเครื่องมือการสอน ตัวอย่างเช่น:</span></p>
<ul>
<li><strong>Nana House:</strong> <span>การเรียนรู้ผ่านนวัตกรรมซิลิกาแอโรเจล (</span>Silica Aerogel)</li>
<li><strong>Mangrove Survivor (<span>เกมป่าชายเลน):</span></strong> บอร์ดเกมเชิงวิชาการที่เปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องสนุก</li>
<li><strong>STEM &amp; Robotics:</strong> <span>หลักสูตรเรือธง (</span>Flagship Product) <span>ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลก </span>AI <span>โดยเฉพาะ</span></li>
</ul>
<p>นวัตกรรมเหล่านี้มุ่งเน้นหลักการ <strong><em>“รู้จริง รู้นาน รู้สร้างสรรค์ และสื่อสารได้”</em></strong> เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถยกระดับศักยภาพผู้เรียนสู่ระดับสากล</p>
<ol start="3">
<li><strong> <span>ความเชื่อมั่นและความยั่งยืนของเครือข่ายทางการศึกษา</span></strong></li>
</ol>
<p>ความสำเร็จเชิงประจักษ์สะท้อนผ่าน <strong>ความจงรักภักดีต่อแบรนด์ (</strong><strong>Brand Loyalty)</strong> <span>โดยในปี </span>2568 <span>พบว่ามีสัดส่วน <strong>“ลูกค้าเก่า”</strong> ที่กลับมาใช้บริการซ้ำสูงถึงร้อยละ </span>82.3 <span>ตัวอย่างที่เด่นชัด คือ โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช (อุบลราชธานี) ที่ร่วมเป็นพันธมิตรต่อเนื่องยาวนานถึง </span>7 <span>ปี นอกจากนี้ยังมีดัชนีความพึงพอใจสูงถึง </span>4.39 <span>จาก </span>5.00 <span>คะแนน แม้จะมีการขยายสเกลการจัดกิจกรรมเพิ่มขึ้นอย่างมากก็ตาม</span></p>
<ol start="4">
<li><strong> <span>การลดความเหลื่อมล้ำและกระจายโอกาส (</span>Inclusive Outreach)</strong></li>
</ol>
<p>โครงการไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในเขตเมือง แต่ได้ขยายผลเชิงพื้นที่ (Geographic Expansion) <span>เพื่อลดช่องว่างทางการศึกษาไปยังพื้นที่ห่างไกลและชายแดนทั่วประเทศ เช่น:</span></p>
<ul>
<li><strong>ภาคเหนือ:</strong> โรงเรียนสรรพวิทยาคม (ตาก)</li>
<li><strong>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ:</strong> โรงเรียนสิรินธร (สุรินทร์)</li>
<li><strong>ภาคใต้:</strong> โรงเรียนเบญจมราชูทิศ (ปัตตานี)</li>
</ul>
<p>ด้วยการออกแบบหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่น (Scaffolding) <span>รองรับผู้เรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาปีที่ </span>4 <span>จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ </span>6 <span>ทำให้โครงการสามารถเข้าถึงเยาวชนไทยทุกช่วงวัยอย่างเท่าเทียม</span></p>
<p><strong>บทสรุป</strong></p>
<p>ความยั่งยืนในการขับเคลื่อนนวัตกรรมการเรียนรู้จากงานวิจัยสู่การบริการวิชาการ ท่ามกลางความท้าทายในยุคปัญญาประดิษฐ์ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความล้ำสมัยของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องอาศัย <strong><em>“นวัตกรรมการเรียนรู้”</em></strong> ที่มีฐานคิดจากงานวิจัยเชิงประจักษ์ ควบคู่ไปกับกลยุทธ์การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ตลอดระยะเวลา 8 <span>ปีที่ผ่านมา ผลสัมฤทธิ์ของสถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้สะท้อนให้เห็นอย่างเด่นชัดว่า การสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงงานวิจัยสู่การปฏิบัติจริงในชั้นเรียน คือกลไกสำคัญในการพัฒนาทุนมนุษย์ให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคตอย่างยั่งยืน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา <a href="https://il.mahidol.ac.th/th/academic-services/">https://il.mahidol.ac.th/th/academic-services/</a></p>
<p>เขียนโดย  จิราภรณ์  การะเกตุ</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/"></category>                        <dc:creator>Jiraporn Karaket</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a3/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>7 ทักษะที่นักวิชาการเงินและบัญชี ต้องมี</title>
                        <link>https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/7-%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/</link>
                        <pubDate>Tue, 30 Jun 2026 15:30:02 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[7 ทักษะที่นักวิชาการเงินและบัญชี ต้องมี
งานของนักวิชาการเงินและบัญชี ที่ต้องทำนั้น ประกอบไปด้วย การตรวจเอกสารการเบิกจ่าย การรับเงิน การบันทึกข้อมูลตัวเลขต่าง ๆ และรวมไปถึงการจัดทำรายงาน และ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400"> 7 ทักษะที่นักวิชาการเงินและบัญชี ต้องมี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">งานของนักวิชาการเงินและบัญชี ที่ต้องทำนั้น ประกอบไปด้วย การตรวจเอกสารการเบิกจ่าย การรับเงิน การบันทึกข้อมูลตัวเลขต่าง ๆ และรวมไปถึงการจัดทำรายงาน และวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน  ซึ่งในงานเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ทักษะต่างๆ เพื่องานนั้น ถูกต้องครบถ้วนต้อง ลองมาดูกันว่าทักษะที่ว่าประกอบไปด้วยอะไรบ้าง</span></p>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400"> ทักษะการบัญชีทั่วไป</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400">ทักษะด้านการเงินการบัญชีทั่วไป เช่น : หลักการบัญชีที่ยอมรับโดยทั่วไป (GAAP) และมาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ (IFRS) รวมถึงความแตกต่างระหว่างทั้งสองมาตรฐานและเวลาที่เหมาะสมในการใช้มาตรฐานใดมาตรฐานหนึ่งการคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI)เข้าใจและสามารถใช้ภาษาทางการเงิน ได้ อย่างคล่องแคล่ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<ol start="2">
<li><span style="font-weight: 400"> การวิเคราะห์ทางการเงิน</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400">เพื่อให้สามารถตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างชาญฉลาด นายจ้างจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถทำการวิเคราะห์ทางการเงินได้ ซึ่งในระดับพื้นฐานที่สุด อาจเกี่ยวข้องกับการอ่านและทำความเข้าใจงบการเงินต่างๆ รวมถึงงบดุลงบกำไรขาดทุนงบกระแสเงินสดและรายงานประจำปีในระดับที่ลึกกว่านั้น เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์งบการเงินและอัตราส่วนผลการดำเนินงานของบริษัทอัตราส่วน สำคัญบางประการ ที่ควรทำความเข้าใจ ได้แก่:อัตราส่วนปัจจุบัน อัตราส่วนเร็ว อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน การรู้จักตีความอัตราส่วนเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการวิเคราะห์ทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<ol start="3">
<li><span style="font-weight: 400"> ทักษะการตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลเป็นหลัก</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400">การตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลเป็นพื้นฐานเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลทางการเงินเพื่อชี้นำกลยุทธ์ทางธุรกิจในบทบาทด้านการเงิน มักจะรวมถึงการพยากรณ์ ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานในอดีตเพื่อสร้างแบบจำลองผลลัพธ์ในอนาคต ผู้เชี่ยวชาญใช้การพยากรณ์เพื่อประกอบการตัดสินใจในการจ้างงาน การจัดทำงบประมาณ และการวางแผนเชิงกลยุทธ์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<ol start="4">
<li><span style="font-weight: 400"> ทักษะการบริหารจัดการ</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400">ตำแหน่งงานด้านการเงินจำนวนมากต้องการทักษะการบริหารจัดการในระดับหนึ่ง ซึ่งรวมถึงตำแหน่งงานอย่างผู้จัดการฝ่ายการเงินหรือผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ รวมถึงบทบาทอื่นๆ ที่ไม่ได้จัดอยู่ในขอบเขตของการบริหารจัดการโดยทั่วไป เช่น:นักวิเคราะห์ทางการเงินและการลงทุน ผู้เชี่ยวชาญด้านความเสี่ยงทางการเงินผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินตัวแทนขายหลักทรัพย์ตัวแทนขายสินค้าโภคภัณฑ์ตัวแทนขายบริการทางการเงินผู้ที่อาจต้องรับผิดชอบในการนำทีม จัดทำงบประมาณ บริหารเงินเดือน จัดสรรทรัพยากร หรือริเริ่มโครงการต่างๆ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<ol start="5">
<li><span style="font-weight: 400"> ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400">ความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ นายจ้างให้ความสำคัญกับทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์มากขึ้นในสายงานด้านการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทีมงานมีความเป็นสากลมากขึ้นและการตัดสินใจทางธุรกิจมีความซับซ้อนมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">จากข้อมูลของRobert Half Talent Solutionsผู้นำด้านการเงินให้ความสำคัญกับทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ เช่น:การคิดเชิงวิเคราะห์และการแก้ปัญหาความสามารถในการปรับตัวและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมการสื่อสารความฉลาดทางอารมณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินต้องสื่อสารแนวคิดทางการเงินที่ซับซ้อนได้อย่างชัดเจนโดยเฉพาะกับผู้ที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน ทักษะการสื่อสารทั้งการเขียนและการพูดที่แข็งแกร่งจะช่วยให้ประวัติการทำงานของคุณโดดเด่นกว่าผู้สมัครคนอื่นๆ ที่มีพื้นฐานทางเทคนิคคล้ายคลึงกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<ol start="6">
<li><span style="font-weight: 400"> ทักษะการลงทุน</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400">องค์กรหลายแห่งแสวงหาการเติบโตผ่านกลยุทธ์การจัดสรรเงินทุน ซึ่งรวมถึงการลงทุน ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน โดยเฉพาะในด้านที่สอดคล้องกับลำดับความสำคัญของบริษัท จึงเป็นที่ต้องการอย่างมาก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<ol start="7">
<li><span style="font-weight: 400"> ความเชี่ยวชาญด้าน AI</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400">องค์กรทุกขนาดเริ่มหันมาใช้แนวคิด AI เป็นหลักมากขึ้นโดยนำโซลูชัน AI มาใช้ในแผนกและตำแหน่งงานต่างๆ เนื่องจากกระบวนการทางธุรกิจด้านการเงินจำนวนมากได้รับการสนับสนุนจาก AI แล้ว ผู้เชี่ยวชาญที่มีความเชี่ยวชาญด้าน AI จึงเป็นที่ต้องการอย่างมาก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400">จะเห็นได้ว่าทักษะที่กล่าวมาข้างต้น นอกจากมีทักษะเฉพาะที่เกี่ยวกับงานการเงินโดยตรง แต่ก็มีทักษะบางข้อที่ทุกอาชีพควรมีเช่น ในเรื่องของ ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ ซึ่งถ้ามีจะทำให้การทำงานในหน่วยงาน เป็นไปอย่างราบรื่น และในยุคนี้ทักษะที่ขาดไม่ได้คือ ความเชี่ยวชาญด้าน AI เพราะปัจจุบันนี้ AI เข้ามามีบทบาทอย่างมาก  อย่างไรก็ดีทุกทักษะสำคัญสำหรับนักวิชาการเงินและบัญชี และนอกจากนี้ ก็ควรพัฒนาความรู้ในเรื่องต่าง ๆ เพื่อให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400">นีรชา กลิ่นพยอม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400">ที่มา https://online.hbs.edu/blog/post/finance-skills-employers-look-for-on-a-resume</span></p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/"></category>                        <dc:creator>neeracha</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/7-%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>หนี้สงสัยจะสูญ กับหนี้สูญ ต่างกันอย่างไร</title>
                        <link>https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%8d-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%aa/</link>
                        <pubDate>Tue, 30 Jun 2026 15:02:03 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[หนี้สงสัยจะสูญ กับหนี้สูญ ต่างกันอย่างไร
การให้สินเชื้อให้กับลูกค้า ก็เป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อหรือใช้บริการ แต่อย่างไรก็ดี ผู้ขายก็ต้องวางแผน หรือมีวิธีจัดการ ตามติ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><b>หนี้สงสัยจะสูญ กับหนี้สูญ ต่างกันอย่างไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400">การให้สินเชื้อให้กับลูกค้า ก็เป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อหรือใช้บริการ แต่อย่างไรก็ดี ผู้ขายก็ต้องวางแผน หรือมีวิธีจัดการ ตามติดตามหนี้กับลูกค้าเหล่านั้น และนอกจากนี้ก็ต้องมีการกำหนดในเรื่องของการประมาณการหนี้สงสัยจะสูญเพื่อการบันทึกบัญชี อีกด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400">หนี้สงสัยจะสูญ หมายถึง เงินที่คาดว่าจะเก็บจากลูกหนี้ไม่ได้ ซึ่งในทางบัญชี จะมีวิธีการตั้งประมาณการไว้ 3 วิธี ได้แก่ วิธีอัตราร้อยละของยอดขายเชื่อสุทธิ วิธีอัตราร้อยละของลูกหนี้ที่ค้างชำระจำแนกตามอายุของลูกหนี้ และวิธีพิจารณาลูกหนี้เป็นแต่ละราย โดยกิจการต้องรับรู้จำนวนหนี้สงสัยจะสูญเป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุน ซึ่งตามประมวลรัษฎากรไม่ได้กำหนดเรื่องการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ ดังนั้น ค่าใช้จ่ายจากการประมาณการหนี้สงสัยจะสูญไม่สามารถนำมาถือเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ ถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามตาม มาตรา 65 ตรี (1) แต่เนื่องจากการประมาณการหนี้สงสัยจะสูญไม่สามารถนำมาถือเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ ตอนจัดทำกระดาษทำการในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ต้องนำหนี้สงสัยจะสูญมาบวกกลับในกำไรทางบัญชีก่อนคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">หนี้สูญ หมายถึง เงินที่ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้เมื่อครบกำหนดแล้ว และกิจการได้มีการดำเนินการทวงถามหนี้จากลูกหนี้จนถึงที่สุดแล้ว และคาดหมายได้ค่อนข้างแน่นอนว่าจะไม่ได้รับชำระหนี้ให้กิจการจำหน่ายลูกหนี้ ตามประมวลรัษฎากรตามมาตรา 65 ทวิ (9) การตัดจำหน่ายหนี้สูญสามารถหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้เมื่อมีการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ.2534) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ออกจากบัญชี และปรับลดค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">ข้อ 1. หนี้สูญที่จะจำหน่ายจากบัญชีลูกหนี้ต้องเป็นหนี้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">(1) ต้องเป็นหนี้จากการประกอบกิจการหรือเนื่องจากการประกอบกิจการ หรือหนี้ที่ได้รวมเป็นเงินได้ในการคำนวณกำไรสุทธิทั้งนี้ ไม่รวมหนี้ที่ผู้เป็น หรือเคยเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นลูกหนี้ ไม่ว่าหนี้นั้นจะเกิดขึ้นก่อนหรือในขณะที่ผู้นั้นเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">(2) ต้องเป็นหนี้ที่ยังไม่ขาดอายุความและมีหลักฐานโดยชัดแจ้งที่สามารถฟ้องลูกหนี้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">ข้อ 2. การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">ข้อ 2.1 ในกรณีหนี้ของลูกหนี้แต่ละรายมีจำนวนเกิน2,000,000 บาท ขึ้นไป และมีลักษณะตามข้อ 1. ต้องดำเนินการดังต่อไปนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">(1) ให้ติดตามทวงถามให้ชำระหนี้ตามสมควรแก่กรณีโดยมีหลักฐานการติดตามทวงถามอย่างชัดแจ้งและไม่ได้รับชำระหนี้โดยปรากฏว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">(ก) ลูกหนี้ถึงแก่ความตาย เป็นคนสาบสูญ หรือมีหลักฐานว่าหายสาบสูญไป และไม่มีทรัพย์สินใดๆ จะชำระหนี้ได้ หรือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">(ข) ลูกหนี้เลิกกิจการ และมีหนี้ของเจ้าหนี้รายอื่นมี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">บุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมดของลูกหนี้อยู่ในลำดับก่อนเป็นจำนวนมากกว่าทรัพย์สินของลูกหนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400"> </span><span style="font-weight: 400">(2) ได้ดำเนินการฟ้องลูกหนี้ในคดีแพ่งหรือได้ยื่นคำขอเฉลี่ยหนี้ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีแพ่ง โดยมีหมายบังคับคดีของศาลแล้วและมีรายงานการบังคับคดีครั้งแรกของ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">เจ้าพนักงานบังคับคดีอันสามารถแสดงได้ว่ามีการดำเนินการบังคับคดีแล้วแต่ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินใดจะชำระหนี้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">(3) ได้ดำเนินการฟ้องลูกหนี้ในคดีล้มละลายหรือได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีล้มละลาย หรือในคดีที่ผู้ชำระบัญชีร้องขอให้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลาย โดยมีการประนอมหนี้กับลูกหนี้โดยศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยกับการประนอมหนี้นั้น หรือลูกหนี้ถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายและได้มีการแบ่งทรัพย์สินของลูกหนี้ครั้งแรกหรือศาลได้มีคำสั่งปิดคดีแล้วการดำเนินกา รตาม (2) หรือ (3) ที่ได้กระทำในต่างประเทศหรือการดำเนินการอื่นในลักษณะทำนองเดียวกันที่ได้กระทำในต่างประเทศ ต้องมีเอกสารหลักฐานแห่งการดำเนินการที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายของประเทศนั้น ๆ ออกให้ และหลักฐานดังกล่าว ต้องได้รับการรับรองค าแปลจากภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทย ตามระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">ข้อ 2.2 ในกรณีหนี้ของลูกหนี้แต่ละรายมีจำนวนไม่เกิน2,000,000 บ าท และมีลักษณะตามข้อ 1. ต้องดำเนินการดังต่อไปนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">(1) ได้ดำเนินการตามข้อ 2.1 (1) แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">(2) ได้ดำเนินการฟ้องลูกหนี้ในคดีแพ่งและศาลได้มีคำสั่งรับคำฟ้องนั้นแล้วหรือได้ยื่นคำขอเฉลี่ยหนี้ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีแพ่งและศาลได้มีคำสั่งรับคำขอนั้นแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">(3) ได้ดำเนินการฟ้องลูกหนี้ในคดีล้มละลายและศาลได้มีคำสั่งรับคำฟ้องนั้นแล้วหรือในคดีที่ผู้ชำระบัญชีร้องขอให้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลายและศาลได้มีคำสั่งรับคำฟ้องนั้นแล้วหรือได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีล้มละลาย และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือศาลแล้วแต่กรณี ได้มีคำสั่งรับคำขอรับชำะหนี้นั้นแล้วในกรณีตาม (2) หรือ (3) กรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้เป็นเจ้าหนี้ต้องมีคำสั่งอนุมัติให้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">จำหน่ายหนี้นั้นเป็นหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ภายใน 30 วันนับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีนั้นให้นำข้อความในข้อ 2. วรรคสอง มาใช้บังคับแก่การ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">ดำเนินการตาม (2) หรือ (3) หรือการดำเนินการอื่นในลักษณะทำนองเดียวกันที่ได้กระทำในต่างประเทศ ด้วยโดยอนุโลม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">ข้อ 2.3 ในกรณีหนี้ของลูกหนี้แต่ละรายมีจำนวนไม่เกิน 200,000 บาท และมีลักษณะตามข้อ 1. การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ ให้กระทำได้โดยไม่ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ใน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">ข้อ 2.1 หรือข้อ 2.2 ถ้าปรากฏว่าได้มีหลักฐานการติดตามทวงถามให้ชำระหนี้ตามสมควรแก่กรณีแล้วแต่ไม่ได้รับชำระหนี้และหากจะฟ้องลูกหนี้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่คุ้มกับหนี้ที่จะได้รับชำระ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">ข้อ 3. หนี้ของลูกหนี้รายใดที่ได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ครบถ้วนแล้วในรอบระยะเวลาบัญชีใด ให้จำหน่ายเป็นหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ และถือเป็นรายจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น เว้นแต่กรณีตามข้อ 2.2 (2) และ (3)ให้ถือเป็นรายจ่าย ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ศาลได้มีคำสั่งรับคำฟ้องคำขอเฉลี่ยหนี้หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือศาลแล้วแต่กรณีได้มีคำสั่งรับคำขอรับชำระหนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">หนี้สูญได้รับคืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">หากลูกหนี้ที่กิจการตัดจำหน่ายไปแล้วกลับมาชำระหนี้ให้แก่กิจการ ให้กิจการโอนกลับบัญชีลูกหนี้และค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ(ถ้ามี) ที่เกี่ยวข้องด้วยจำนวนเงินที่ได้รับกลับคืน พร้อมบันทึกรายการรับชำระหนี้จากลูกหนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">. หนี้สูญได้รับคืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">ประมวลรัษฎากรตามมาตรา 65 ทวิ(9) วรรคหนึ่ง หนี้สูญได้รับคืน ถ้าได้รับชำระหนี้ในรอบระยะเวลาบัญชีใดให้นำมาคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">    </span> <span style="font-weight: 400">สรุปหนี้สงสัยจะสูญ คือหนี้ที่คาดว่าจะไม่เงินจากลูกหนี้ ซึ่งจะมีการ ตั้งประมาณการไว้ และบันทึกบัญชีไว้เป้นค่าใช้จ่าย แต่สรรพากร ไม่นับว่าเป็ค่าใช้จ่าย ส่วนหนี้สูญ คือหนี้ที่ได้มีการติดตามทวงหนี้จนถึงทีุ่ดแล้ว และเป็นไปตามหลักเกณฑ์กรมสรรพากรกำหนดไว้ หนี้นี้ก้ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายได้ แต่ถ้าหนี้สูญที่เคยบันทึกไว้ แล้วได้รับการชำระคืนจากลูกหนี้ก็ต้องบันทึกนำมาบันทึกรายได้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">นีรชา กลิ่นพยอม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400">ที่มา https://www.tfac.or.th/upload/9414/YmcirqQ1k4.pdf</span></p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/"></category>                        <dc:creator>neeracha</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%8d-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%aa/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>หลักฐานแบบไหนที่ใช้เบิกจ่ายได้</title>
                        <link>https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b4/</link>
                        <pubDate>Tue, 30 Jun 2026 14:07:55 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[หลักฐานแบบไหนที่ใช้เบิกจ่ายได้
&nbsp;
การที่จะเบิกจ่ายเงินของส่วนราชการนั้น ต้องมีหลักฐานเพื่อใช้ในการเบิกซึ่ง ในหน่วยงาน ก็จะมีการกำหนด เป็นหลักเกณฑ์ หรือ ประกาศ แจ้งเพื่อให้ผู้ปฏิบัติงาน...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400">หลักฐานแบบไหนที่ใช้เบิกจ่ายได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400">การที่จะเบิกจ่ายเงินของส่วนราชการนั้น ต้องมีหลักฐานเพื่อใช้ในการเบิกซึ่ง ในหน่วยงาน ก็จะมีการกำหนด เป็นหลักเกณฑ์ หรือ ประกาศ แจ้งเพื่อให้ผู้ปฏิบัติงาน ได้ยึดถือปฏิบัติ ให้ถูกต้อง มหาวิทาลัยมหิดล ได้ออกประกาศ เกี่ยวกับหลักฐานที่สามารถนำมาแนบการเบิกจ่าย โดยมีเอกสารดังต่อไปนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400">1 ใบเสร็จรับเงิน หรือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">2 ใบเสร็จรับเงินพร้อมใบกำกับภาษี หรือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">3 ใบสำคัญรับเงิน ซึ่งผู้รับเงินเป็นผู้ออกให้ หรือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">4 ใบรับรองการจ่ายเงินซึ่งผู้จ่ายเงินเป็นผู้รับรองการจ่าย หรือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">5 เอกสารหลักฐานการโอนเงินให้เจ้าหนี้โดยธนาคาร หรือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">6 รายงานการจ่ายเงินจากระบบอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคาร (e-Payment) หรือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">7 เอกสารอื่นใดที่กระทรวงการคลังหรือมหาวิทยาลัยกำหนดเป็นหลักฐานก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">จ่ายเงิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">กรณีใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานแสดงการรับชำระเงินที่ออกโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้อง และให้ผู้ขอเบิกเงินลงลายมือชื่อรับรองด้วยข้อความว่า"ขอรับรองว่าใช้ปฏิบัติงานจริง"</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">และได้กำหนดว่า ใบเสร็จรับเงิน ที่นำมาเบิกอย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">1 ชื่อ สถานที่อยู่ หรือที่ทำการของผู้รับเงิน สำหรับผู้ประกอบการนิติบุคคลซึ่งทะเบียนพาณิชย์ ต้องแสดงเลขประจำตัวผู้เสียภาษีไว้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">2 ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อหรือผู้รับบริการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">3 วัน เดือน ปี ที่รับเงิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">4 รายการแสดงการรับเงินระบุว่าเป็นค่าอะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">5 จำนวนเงินทั้งตัวเลขและตัวอักษร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">6 ลายมือชื่อของผู้รับเงิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">การจ่ายเงินรายการใด ซึ่งตามลักษณะไม่อาจเรียกใบเสร็จรับเงินจากผู้รับเงินได้ ให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อรับเงินในใบสำคัญรับเงินพร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนซึ่งรับรองสำเนาถูกต้อง โดยให้ผู้ปฏิบัติงานที่จ่ายเงินลงนามรับรองการจ่ายเงินด้วยข้อความว่า "ขอรับรองว่าใช้ปฏิบัติงานจริง" แล้วจึงใช้เป็นหลักฐานการจ่ายเงินได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">กรณีผู้ปฏิบัติงานจ่ายเงินไปโดยได้รับใบเสร็จรับเงินซึ่งมีรายการไม่ครบถ้วนตามที่กล่าวมาข้างต้น หรือกรณีซึ่งตามลักษณะไม่อาจเรียกใบเสร็จรับเงินหรือใบสำคัญรับเงินจากผู้รับเงินได้ ให้ผู้ปฏิบัติงานนั้นจัดทำใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินพร้อมลงนามรับรอง เพื่อนำมาเป็นเอกสารประกอบการขอเบิกเงินต่อมหาวิทยาลัย/</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">ส่วนงาน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400">จากประกาศ ข้างต้นจะเห็นได้ว่า มีเอกสารอะไรบ้างที่สามารถมาแนบการเบิกจ่ายได้บ้าง แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูด้วยว่าการเบิกจ่ายแต่ละเรื่อง ควรได้รับเอกสารแบบใด เช่น ในเรื่องของการซื้อของกับบริษัท หลักฐานที่ควรได้รับ ก็ต้องพวกใบส่งของ ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี แต่ถ้าเป็นการซื้อของกับร้านที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคล เอกสารที่ได้รับ ก็อาจเป็น บิลเงินสด ซึ่งถ้ามีรายละเอียดไม่ครบถ้วนตามประกาศระบุไว้ ก็ให้ผู้ที่จ่ายเงินไป ทำใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน ถ้าเอกสารถูกต้อง ตามประกาศ  ก็สามารถนำมาประกอบการเบิกจ่ายได้ นอกจากเอกสารเหล่านี้ แล้วผู้เบิก ก็ต้องมีเอกสาร อย่างอื่นประกอบด้วย เช่น ขออนุมัติหลักการ ในการซื้อ เหล่านั้น และยังต้องมีประกาศรองรับ การเบิกจ่ายค่าใช้จ่าย เป็นต้น ถ้ามีทุกอย่างครบก็สามารถเบิกได้แน่นอน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400">นีรชา  กลิ่นพยอม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400">ที่มา ประกาศมหาวิทยาลัยมหิตล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการรับเงิน การเก็บรักษาเงิน การเบิกเงินการจ่ายเงิน และการควบคุมดูแลการจ่ายเงิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๖๕ </span></p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/"></category>                        <dc:creator>neeracha</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b4/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>การใช้ AI ช่วยคิด ช่วยออกแบบโครงการ กิจกรรมพัฒนานักศึกษา</title>
                        <link>https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89-ai-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81/</link>
                        <pubDate>Tue, 30 Jun 2026 10:26:33 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ในการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนานักศึกษาของหน่วยงานในมหาวิทยาลัย ผู้จัดจะต้องดำเนินงานในรูปแบบโครงการซึ่งต้องพิจารณาในสิ่งที่มีทิศทางตรงกับนโยบายของทางมหาวิทยาลัยตรงกับเป้าหมายและตอบโจทย์องค์กร กิจ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p>    ในการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนานักศึกษาของหน่วยงานในมหาวิทยาลัย ผู้จัดจะต้องดำเนินงานในรูปแบบโครงการซึ่งต้องพิจารณาในสิ่งที่มีทิศทางตรงกับนโยบายของทางมหาวิทยาลัยตรงกับเป้าหมายและตอบโจทย์องค์กร กิจกรรมน่าสนใจและเป็นไปตามคณะฯ หรือสถาบันฯ วางกรอบ Action plan ไว้ เช่น  Flagship project  เน้นกิจกรรมด้านวิชาการ วิชาชีพ วิจัย ภาษา การสื่อสาร หรือ ความรู้ ตาม Future trend หรือ upskill -reskill ให้กับศิษย์เก่าเป็นระยะ หรือพัฒนาอาจารย์ตามมาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งการนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผล การเขียนโครงการจะใช้เวลาส่วนหนึ่ง  </p>
<p>             ปัจจุบันเรา ใช้ AI ช่วยสร้างกรอบแนวคิด ใส่รายละเอียดให้ครบ ให้ AI เชื่อมโยง ประมวลผลออกมาให้ โดยเมื่อเรา ใช้  Prompt ระบุ Key word ให้ครบ เราจะได้</p>
<p>             ต้นร่างตัวอย่างโครงการใน 5 นาที ง่ายๆ วิธีการดำเนินกิจกรรม เราอาจเลือกใช้ให้เหมาะสมกับบริบท</p>
<p>                       ChatGPT ข้อมูลทั่วไปเชิงกว้าง</p>
<p>                       Gemini เนื้อหาวิชาการที่มุ่งเน้นความรู้เชิงลึก</p>
<p>                       AI Overview  จาก Google คำถาม สั้นๆ ไอเดีย</p>
<p>                       Copilot งานเอกสารและวางแผนกิจกรรม (Ideation &amp; Planning) ระดมความคิด (Brainstorm) ร่างโครงการ ไอเดียในการตั้งชื่อกิจกรรม แนวทางการจัดกิจกรรม ร่างโครงการ  ซึ่งเราสามารถกำหนดขอบเขตจากการระบุวัตถุประสงค์หลักที่ทางองค์กรต้องการ ตัวชี้วัด กลุ่มเป้าหมาย</p>
<p>                       NotebookLM การนำเสนอ  Slide Presentation</p>
<p>                       Canva AI ช่วยออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์  โปสเตอร์ สื่อ infographic</p>
<p>                       Google Workspace การประเมินผลและติดตามผล (Assessment) ช่วยสรุปผลแบบสอบถามความพึงพอใจ</p>
<p>                      ซึ่งผู้จัดอาจจะระบุกลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมว่าต้องการพัฒนาอาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษา ศิษย์เก่า หรือให้ความรู้กับบุคคลทั่วไป ระบุจุดเน้น เช่นการพัฒนาตลอดชีวิต การพัฒนาอย่างยั่งยืน บูรณาการความรู้ ระบุรูปแบบกิจกรรม เช่น การถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ ผ่านการเสวนาจากหลายท่านหลายมุมมอง การเล่าเรื่อง การแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากทุกกลุ่ม หรือมุ่งเน้นพัฒนาในด้านของการถ่ายทอดวิจัยที่มุ่งเน้นไปในด้านของ SDG ส่วนของ Prompt ก็ต้องมี Key word ดังกล่าวให้ครบ    ใช้ AI คิดชื่อเรื่องให้น่าสนใจ หรือหาประเด็นร่วมที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมหลากหลายกลุ่มได้ใช้ประโยชน์ จะทำให้เพิ่ม engagement ที่สูงขึ้นได้ เช่น หัวข้อ “นำเสนองาน อย่างมืออาชีพ ใน 5 นาที กับ NotebookLM” หรือ “การใช้ AI  ช่วยวิเคราะห์สถิติเพื่อการวิจัย” “การถอดรายงานการประชุมแบบมืออาชีพใน 5 นาที” “ AI Tools for research” “ความท้าทายด้านจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อสนับสนุนงานวิจัย” โดยกิจกรรมการสร้างความผูกพันธ์ กิจกรรมทางด้านศิลปวัฒนธรรม ค่านิยมองค์กร ก็ใช้ AI ออกแบบให้สร้างสรรค์ได้เช่นกัน เช่น “สืบสานตำนานสงกรานต์ ผ้าไทยใส่ให้สนุก”</p>
<p>            เมื่อได้หัวข้อ โครงร่างโครงการแล้ว เราก็ปรับรายละเอียดให้เข้ากับรูปแบบที่เราต้องการมุ่งเน้นต่อไป จากนั้น ใช้ AI ในการออกแบบโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ ป้าย หน้างาน เช่น ใช้ Canva นำเสนอ ให้น่าสนใจได้ในเวลาอย่างเร็ว หรือเพลงประชาสัมพันธ์ โดยใช้เพลง จากการสร้างด้วย  Suno AI และ Gemini ซึ่งบางครั้งการประมวลผล และสิ่งที่ AI นำเสนอออกมานั้น ทำได้ดีเยี่ยม หลายครั้ง วงการบันเทิง เกิดการโด่งดังข้ามคืน ได้อย่างรวดเร็วไม่ว่าจะเป็นเพลง หรือ ซีรี่ส์ จาก AI ก็เกิดปรากฏการณ์ Mass ข้ามคืน กิจกรรมตาม Idea ของ AI อาจตอบโจทย์ครบทุกตัวชี้วัด สร้างสรรค์ สนุกเกินคาด</p>
<p>&nbsp;</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/"></category>                        <dc:creator>woranart.kon</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89-ai-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>การใช้งาน AI สำหรับช่วยตรวจเอกสาร และข้อควรระวัง</title>
                        <link>https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/computer-articles/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-ai-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%a3/</link>
                        <pubDate>Tue, 30 Jun 2026 10:22:16 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ช่วงนี้หลายหน่วยงานเริ่มสนใจใช้ AI เข้ามาช่วยงานเอกสาร เช่น อ่านใบเสร็จ ตรวจแบบฟอร์ม สรุปข้อความ แยกประเภทเอกสาร หรือช่วยตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น หลายคนอาจสงสัยว่า AI ทำได้จริงแค่ไหน และเราจะไ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p class="isSelectedEnd"><span>ช่วงนี้หลายหน่วยงานเริ่มสนใจใช้ <strong>AI</strong> เข้ามาช่วยงานเอกสาร เช่น อ่านใบเสร็จ ตรวจแบบฟอร์ม สรุปข้อความ แยกประเภทเอกสาร หรือช่วยตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น หลายคนอาจสงสัยว่า AI ทำได้จริงแค่ไหน และเราจะไว้ใจได้มากแค่ไหน<br /></span><span>คำตอบคือ AI ช่วยได้จริง โดยเฉพาะงานที่ซ้ำ ๆ ใช้เวลามาก และมีรูปแบบเอกสารค่อนข้างชัดเจน แต่ AI ยังไม่ควรถูกใช้แทนคนทั้งหมด โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับเงิน ข้อมูลส่วนบุคคล หรือการตัดสินใจสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt"><strong>AI ตรวจเอกสารทำงานอย่างไร ?</strong></span></p>
<p style="text-align: center">https://il.mahidol.ac.th/th/wp-content/uploads/2026/06/Gemini_Generated_Image_8r79jh8r79jh8r79.webp</p>
<p class="isSelectedEnd"><span>โดยทั่วไปการตรวจเอกสารด้วย AI มักเริ่มจาก <strong>OCR</strong> ก่อน</span></p>
<p class="isSelectedEnd"><span><span style="font-size: 12pt"><strong>OCR</strong></span> คือเทคโนโลยีที่ช่วยอ่านข้อความจากรูปภาพหรือไฟล์สแกน เช่น ใบเสร็จ PDF หรือภาพถ่ายเอกสาร แล้วแปลงเป็นตัวอักษรที่คอมพิวเตอร์อ่านได้</span></p>
<p class="isSelectedEnd"><span>หลังจากนั้น AI หรือระบบประมวลผลเอกสารจะช่วยทำงานต่อ เช่น</span></p>
<ul data-spread="false">
<li><span>ดึงวันที่จากใบเสร็จ</span></li>
<li><span>ดึงยอดเงิน</span></li>
<li><span>อ่านชื่อร้านค้า</span></li>
<li><span>แยกประเภทเอกสาร</span></li>
<li><span>ตรวจว่ากรอกข้อมูลครบหรือไม่</span></li>
<li><span>เปรียบเทียบข้อมูลกับเงื่อนไขที่กำหนด</span></li>
<li><span>แจ้งเตือนกรณีข้อมูลดูผิดปกติ</span></li>
</ul>
<p><span>ตัวอย่างเช่น ถ้าองค์กรมีระบบเบิกสวัสดิการ AI อาจช่วยอ่านใบเสร็จและบอกได้เบื้องต้นว่า “เอกสารนี้มีวันที่ ยอดเงิน และชื่อร้านครบ” หรือ “เอกสารนี้ภาพไม่ชัด ควรให้เจ้าหน้าที่ตรวจซ้ำ”</span></p>
<h2><span>AI ช่วยลดงานซ้ำ ๆ ได้ดี</span></h2>
<p class="isSelectedEnd"><span>งานเอกสารจำนวนมากมีลักษณะซ้ำ เช่น ตรวจว่ามีข้อมูลครบไหม อ่านยอดเงินจากใบเสร็จ หรือจัดหมวดหมู่ไฟล์ ถ้าให้คนตรวจทั้งหมดอาจใช้เวลามาก AI จึงเหมาะกับการช่วยคัดกรองเบื้องต้น</span></p>
<p class="isSelectedEnd"><span>ประโยชน์ที่เห็นได้ชัด เช่น</span></p>
<ul data-spread="false">
<li><span>ลดเวลาการอ่านเอกสารทีละใบ</span></li>
<li><span>ลดการกรอกข้อมูลซ้ำ</span></li>
<li><span>ช่วยจัดหมวดหมู่เอกสาร</span></li>
<li><span>ช่วยแจ้งเตือนเอกสารที่ข้อมูลไม่ครบ</span></li>
<li><span>ช่วยให้เจ้าหน้าที่โฟกัสเฉพาะรายการที่มีปัญหา</span></li>
</ul>
<p><span>พูดง่าย ๆ คือ AI เหมือนผู้ช่วยด่านแรก ช่วยแยกงานง่ายออกจากงานที่ต้องใช้คนตัดสินใจ</span></p>
<h2><span>แต่ AI ยังผิดพลาดได้</span></h2>
<p class="isSelectedEnd"><span>แม้ AI จะเก่งขึ้นมาก แต่ก็ยังมีโอกาสอ่านผิด โดยเฉพาะกรณีเหล่านี้</span></p>
<ul data-spread="false">
<li><span>ภาพไม่ชัด</span></li>
<li><span>ตัวอักษรเบลอ</span></li>
<li><span>เอกสารเอียง</span></li>
<li><span>มีแสงสะท้อน</span></li>
<li><span>ลายมืออ่านยาก</span></li>
<li><span>รูปแบบเอกสารไม่เหมือนกัน</span></li>
<li><span>ตัวเลขคล้ายกัน เช่น 0 กับ 8 หรือ 1 กับ 7</span></li>
<li><span>เอกสารมีตารางซับซ้อน</span></li>
</ul>
<p><span>ดังนั้นถ้าเป็นข้อมูลสำคัญ เช่น ยอดเงิน วันที่ เลขบัญชี เลขบัตรประชาชน หรือผลการอนุมัติ ควรมีคนตรวจสอบซ้ำเสมอ</span></p>
<h2><span>สิ่งที่ควรระวัง: ข้อมูลส่วนบุคคล</span></h2>
<p class="isSelectedEnd"><span>เอกสารหลายชนิดมีข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ นามสกุล เบอร์โทร ที่อยู่ เลขบัตรประชาชน ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลการเงิน หรือข้อมูลนักศึกษา ถ้านำเอกสารเหล่านี้ไปใส่ใน AI สาธารณะโดยไม่ระวัง อาจเกิดความเสี่ยงเรื่องข้อมูลรั่วไหลหรือใช้ข้อมูลผิดวัตถุประสงค์ได้</span></p>
<p class="isSelectedEnd"><span>ก่อนใช้ AI กับเอกสารจริง ควรถามตัวเองก่อนว่า</span></p>
<ul data-spread="false">
<li><span>เอกสารนี้มีข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่</span></li>
<li><span>จำเป็นต้องส่งข้อมูลทั้งหมดเข้า AI หรือไม่</span></li>
<li><span>สามารถปิดทับข้อมูลสำคัญก่อนส่งได้ไหม</span></li>
<li><span>เครื่องมือ AI ที่ใช้เก็บข้อมูลไว้อย่างไร</span></li>
<li><span>ใครสามารถเข้าถึงข้อมูลที่อัปโหลดได้บ้าง</span></li>
<li><span>มีนโยบายองค์กรอนุญาตหรือไม่</span></li>
</ul>
<p><span>ถ้าเป็นเอกสารภายในองค์กรหรือข้อมูลสำคัญ ควรใช้ระบบที่องค์กรควบคุมได้ ไม่ควรนำไปอัปโหลดในเครื่องมือสาธารณะโดยไม่ตรวจสอบเงื่อนไขการใช้งาน</span></p>
<blockquote>
<h2 style="text-align: center"><span>AI ควรเป็น “ผู้ช่วย” ไม่ใช่ “ผู้ตัดสินสุดท้าย”</span></h2>
</blockquote>
<p class="isSelectedEnd"><span>แนวทางที่เหมาะสมคือให้ AI ช่วยตรวจเบื้องต้น แล้วให้คนเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย โดยเฉพาะงานที่มีผลต่อสิทธิ เงิน หรือสถานะของบุคคล</span></p>
<p class="isSelectedEnd"><span>ตัวอย่างการใช้งานที่เหมาะสม:</span></p>
<ul data-spread="false">
<li><span>AI อ่านข้อมูลจากใบเสร็จ</span></li>
<li><span>ระบบให้คะแนนความมั่นใจ เช่น อ่านยอดเงินมั่นใจ 95%</span></li>
<li><span>รายการที่มั่นใจสูงส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจเร็วขึ้น</span></li>
<li><span>รายการที่มั่นใจต่ำหรือผิดเงื่อนไขให้เจ้าหน้าที่ตรวจละเอียด</span></li>
<li><span>เจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุมัติหรือปฏิเสธรายการ</span></li>
</ul>
<p><span>วิธีนี้ช่วยให้ได้ทั้งความเร็วและความรอบคอบ</span></p>
<h2><span>ถ้าจะเริ่มใช้ AI ตรวจเอกสาร ควรเริ่มอย่างไร</span></h2>
<p class="isSelectedEnd"><span>ควรเริ่มจากงานเล็ก ๆ ที่ความเสี่ยงไม่สูงก่อน เช่น</span></p>
<ol start="1" data-spread="true">
<li><span>เลือกเอกสารที่มีรูปแบบชัดเจน</span><br /><span>เช่น ใบเสร็จที่มีข้อมูลคล้ายกัน หรือแบบฟอร์มที่องค์กรกำหนดเอง</span></li>
<li><span>กำหนดว่าต้องอ่านข้อมูลอะไร</span><br /><span>เช่น วันที่ ยอดเงิน ชื่อผู้ขาย เลขที่เอกสาร</span></li>
<li><span>ทดสอบกับเอกสารตัวอย่างจำนวนหนึ่ง</span><br /><span>ดูว่า AI อ่านถูกแค่ไหน ผิดตรงไหนบ่อย</span></li>
<li><span>กำหนดจุดที่ต้องให้คนตรวจซ้ำ</span><br /><span>เช่น ยอดเงิน วันที่ หรือข้อมูลที่อ่านไม่มั่นใจ</span></li>
<li><span>วางมาตรการเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล</span><br /><span>เช่น ปิดทับข้อมูลที่ไม่จำเป็น จำกัดสิทธิ์คนเข้าถึง และกำหนดระยะเวลาเก็บไฟล์</span></li>
</ol>
<h2><span>สรุป</span></h2>
<p class="isSelectedEnd"><span>AI กับการตรวจเอกสารเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก และช่วยงานได้จริง โดยเฉพาะงานที่มีเอกสารจำนวนมากและต้องตรวจซ้ำ ๆ แต่ต้องใช้อย่างเข้าใจข้อจำกัด<br /></span><span>AI อ่านได้เร็ว แต่ยังอ่านผิดได้</span><br /><span>AI ช่วยคัดกรองได้ แต่ไม่ควรตัดสินแทนคนทั้งหมด</span><br /><span>AI ช่วยลดงานได้ แต่ต้องระวังข้อมูลส่วนบุคคล</span></p>
<p><span>ถ้าใช้ให้ถูกทาง AI จะไม่ใช่เครื่องมือมาแทนคน แต่เป็นผู้ช่วยที่ทำให้คนทำงานได้เร็วขึ้น รอบคอบขึ้น และมีเวลาไปจัดการเรื่องที่ต้องใช้ดุลยพินิจมากกว่าเดิม</span></p>
<hr />
<p>แหล่งอ้างอิง</p>
<ul>
<li>https://dergipark.org.tr/en/download/article-file/5298850</li>
<li>https://nvlpubs.nist.gov/nistpubs/ai/NIST.AI.600-1.pdf</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/"></category>                        <dc:creator>numchoke.kun</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/computer-articles/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-ai-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%a3/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ลักษณะเฉพาะที่นักบัญชีควรมี</title>
                        <link>https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5/</link>
                        <pubDate>Tue, 30 Jun 2026 10:11:01 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ลักษณะเฉพาะที่นักบัญชีควรมี
งานด้านบัญชีเป็นงานที่มีความหลากลาย เป็นทั้งคนทำหน้าที่เบิกจ่าย ดูแลเรื่องการเงิน รวมถึงการวิเคราะห์ ผลประกอบการ เพื่อให้เจ้าของหรือผู้บริหาร ได้รับรู้ถึงสถานะทา...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400">ลักษณะเฉพาะที่นักบัญชีควรมี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400">งานด้านบัญชีเป็นงานที่มีความหลากลาย เป็นทั้งคนทำหน้าที่เบิกจ่าย ดูแลเรื่องการเงิน รวมถึงการวิเคราะห์ ผลประกอบการ เพื่อให้เจ้าของหรือผู้บริหาร ได้รับรู้ถึงสถานะทางการเงินของกิจการ ซึ่งในการทำงานนักบัญชีนอกจากต้องใช้ทักษะและความรู้ความสามารถแล้ว ก็ยังต้อง บุคลิกหรือลักษณะเฉพาะ ประกอบในการทำงานด้วย  ลองดูว่า เราควรต้องมีเรื่องไรบ้าง</span><b><br /></b><b><br /></b><b>1. จำเป็นต้องมีความละเอียดรอบคอบ</b><b><br /></b><span style="font-weight: 400">เนื่องจาก</span><b>นักบัญชี</b><span style="font-weight: 400">จะเป็นด่านแรกที่ได้รับข้อมูล และ ด่านสุดท้ายที่จะรายงานข้อมูลสู่สาธารณชน ฉะนั้นข้อมูลต่างๆที่เผยแพร่ออกไป จะต้องมีความถูกต้อง แม่นยำ จึงส่งผลให้หลายๆ คนที่ทำอาชีพนี้มีบุคคลิกที่เป็นคนละเอียด หรือ หากบุคคลภายนอกได้ร่วมงานด้วยก็จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นักบัญชีเรื่องมากบ้าง จุกจิกบ้าง ด้วยเพราะงานบัญชีเกี่ยวข้องกับเอกสารเป็นจำนวนมาก</span><span style="font-weight: 400"><br /></span><span style="font-weight: 400"><br /></span><b>2. เป็นนักวางแผน</b><b><br /></b><span style="font-weight: 400">เนื่องจากต้องมีกระบวนการรายงานข้อมูลต่างๆ ให้เป็นไปตามกำหนดเวลา เช่น งบการเงิน ที่จะต้องรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร หรือตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น </span><span style="font-weight: 400"><br /></span><span style="font-weight: 400"><br /></span><b>3. เป็นคนขยัน อดทน</b><b><br /></b><span style="font-weight: 400">ที่จะต้องรับมือเป็นฝ่ายสุดท้าย ก่อนส่งงานออกให้ทันเวลากำหนดมุ่งมั่นที่จะทำงานนั้นๆให้สำเร็จ ลุล่วง ด้วยดี ในทุกๆ งาน</span><span style="font-weight: 400"><br /></span><span style="font-weight: 400"><br /></span><b>4. ความซื่อสัตย์</b><b><br /></b><b>นักบัญชี</b><span style="font-weight: 400">ทำงานภายใต้จรรยาบรรณของวิชาชีพ ฉะนั้น การรายงานต่างๆ จึงต้องเป็นไปด้วยความถูกต้อง แม่นยำและเป็นความจริงเสมอ</span><span style="font-weight: 400"><br /></span><span style="font-weight: 400"><br /></span><b>5. น้ำไม่เต็มแก้ว</b><b><br /></b><span style="font-weight: 400">เนื่องจากมาตรฐานการบัญชีและมาตรฐานการรายงานทางการเงิน มีการออกประกาศฉบับใหม่ๆ ตลอดเวลา </span><b>นักบัญชี</b><span style="font-weight: 400">ต้องพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ</span><span style="font-weight: 400"><br /></span><span style="font-weight: 400"><br /></span><b>6. เป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการคิดวิเคราะห์</b><b><br /></b><span style="font-weight: 400">แยกแยะประเด็นต่างๆ และนำความรู้ภาคทฤษฎีมาปรับใช้ในภาคธุรกิจ</span><span style="font-weight: 400"><br /></span><span style="font-weight: 400"><br /></span><b>7. บุคคลิก เรียบร้อย ดูดี มีภูมิฐาน</b><b><br /></b><span style="font-weight: 400">เนื่องจาก งานในวิชาชีพนี้ ส่วนใหญ่ต้องทำงานในบริษัท และอยู่ในกฎเกณฑ์มีระเบียบ อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อถือ ต่อกลุ่มลูกค้าหรือผู้เกี่ยวข้อง</span><span style="font-weight: 400"><br /><br /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400">จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่างานของนักบัญชีนั้น ต้องดูแลเรื่องของเงิน ทั้งควบคุมที่เป็นตัวเงิน การตรวจสอบเอกสารที่นำมาเบิก รวมไปถึงการรายงานสะท้อนให้เป็นผลการดำเนินงาน ซึ่งถ้านักบัญชีไม่มีบุคลิกข้างต้น ก็อาจทำให้ เกิดผลเสียต่อองค์กรได้ โดยเฉพาะในเรื่องของความซื้อสัตย์  </span></p>
<p>นีรชา กลิ่นพยอม</p>
<p><a href="https://shorturl.asia/r8ZGW"><span style="font-weight: 400">ที่มา  https://shorturl.asia/r8ZGW</span></a></p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/"></category>                        <dc:creator>neeracha</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5/</guid>
                    </item>
							        </channel>
        </rss>
		