<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>        <rss version="2.0"
             xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
             xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
             xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
             xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
             xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
             xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
        <channel>
            <title>
									รีไฟแนนซ์กับรีเทนชั่นต่างกันอย่างไร - บทความทั่วไป (General-Articles)				            </title>
            <link>https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%95/</link>
            <description>Discussion Board</description>
            <language>th</language>
            <lastBuildDate>Wed, 22 Jul 2026 04:22:39 +0000</lastBuildDate>
            <generator>wpForo</generator>
            <ttl>60</ttl>
							                    <item>
                        <title>รีไฟแนนซ์กับรีเทนชั่นต่างกันอย่างไร</title>
                        <link>https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%95/#post-1079</link>
                        <pubDate>Fri, 28 Jun 2024 10:37:12 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[รีไฟแนนซ์กับรีเทนชั่นต่างกันยังไง 
การซื้อบ้านหลังหนึ่ง บางคนมองว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป นอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยแล้ว เมื่อผ่อนหมดก็ถือว่าเป็นสินทรัพย์ของเราอีกด้วย แต่บางคนมองว่า การซื้อ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p>รีไฟแนนซ์กับรีเทนชั่นต่างกันยังไง </p>
<p>การซื้อบ้านหลังหนึ่ง บางคนมองว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป นอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยแล้ว เมื่อผ่อนหมดก็ถือว่าเป็นสินทรัพย์ของเราอีกด้วย แต่บางคนมองว่า การซื้อบ้านเป็นภาระหนักสำหรับเขาเกินไป เพราะนอกจากค่าบ้านแล้วก็ยังมีดอกเบี้ยอีกมหาศาล ที่จะต้องจ่าย เพราะการซื้อบ้านหลังหนึ่ง บางคนผ่อนยาว  20 – 30<span> ปี ซึ่งเป็นเวลาที่นานมาก เพราะยอดเงินที่จ่ายในและเดือน ส่วนมากเป็นดอกเบี้ยมากกว่าหักเงินต้น วันนี้วิธีมาแนะนำเพื่อให้เพื่อนๆ ผ่อนบ้านได้หมดเร็วขึ้น คือการรีไฟแนนซ์กับรีเทนชั่น ก่อนอื่นมาดูก่อนว่าแต่ละตัวคืออะไร</span></p>
<p><strong>รีเทนชั่นคืออะไร</strong></p>
<p>รีเทนชั่น คือ <span>การเจรจาต่อรองขอลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้กับธนาคารหรือสถาบันการเงินเดิมที่ได้เคยทำเรื่องกู้ยืมไว้ โดยสามารถทำได้หลังจากผ่อนชำระครบ </span>3 <span>ปีแล้ว เรียกว่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าในส่วนของดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคารได้นั่นเอง</span></p>
<p><strong>การรีเทนชั่นบ้านทำอย่างไร</strong></p>
<p>หลังจากทำการผ่อนบ้านในอัตราดอกเบี้ยคงที่มาจนครบ 3 <span>ปีแล้ว ดอกเบี้ยอาจขยับขึ้นเป็นอัตราที่แพงกว่าเดิม มาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะอยากทำการรีเทนชั่นบ้าน</span> <span>และอาจจะมีคำถามว่าแล้วจะมีขั้นตอนยุ่งยากหรือไม่ บอกเลยว่าไม่ยากอย่างที่คิด ไม่ต้องเตรียมเอกสารเยอะแยะให้วุ่นวาย มีเพียงขั้นตอนไม่กี่ขั้นตอน ดังนี้</span></p>
<p> </p>
<ul>
<li>เตรียมเอกสารสำคัญบางรายการ ได้แก่ สัญญาเงินกู้ ทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประชาชน</li>
<li>เข้าไปทำเรื่องเจรจาต่อรองขอลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ กับธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ได้ทำการผ่อนชำระค่าบ้านอยู่</li>
<li>รอผลการพิจารณาอนุมัติ ซึ่งมักจะไม่นาน</li>
<li>อาจจะต้องเสียค่าธรรมเนียมเล็กน้อย ประมาณ 1<span>-</span>2<span>% ของวงเงินกู้</span></li>
</ul>
<p><strong>รีเทนชั่นใช้เอกสารอะไรบ้าง</strong></p>
<p>รีเทนชั่นนั้นไม่ต้องใช้เอกสารมากมายอะไรเลย เนื่องจากเป็นการขอลดดอกเบี้ยเงินกู้กับธนาคารเดิม แปลว่าธนาคารนั้นๆ มีเอกสารและข้อมูลต่างๆ ตั้งแต่ตอนขอกู้ครั้งแรกอยู่แล้ว รวมถึงประวัติการผ่อนชำระในแต่ละเดือนของผู้กู้ ดังนั้น การดำเนินการรีเทนชั่นจึงใช้เอกสารเพียงไม่กี่อย่าง ดังนี้</p>
<p> </p>
<ul>
<li><strong>สัญญาเงินกู้</strong> <span>คือ สัญญาในการกู้เงินซื้อบ้านกับธนาคารนั้นๆ</span> </li>
<li><strong>ทะเบียนบ้าน และสำเนา</strong><strong> </strong>ของผู้กู้</li>
<li><strong>บัตรประชาชน และสำเนา</strong><strong> </strong>ของผู้กู้</li>
</ul>
<p><strong>รีเทนชั่นใช้เวลาเท่าไหร่</strong></p>
<p>ระยะเวลาในการพิจารณาอนุมัตินั้นจะแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร แต่โดยปกติแล้วใช้ระยะเวลาเพียงสั้นๆ เท่านั้น นับว่าเป็นอีกจุดเด่นหนึ่งของรีเทนชั่นเลย </p>
<p><strong> </strong></p>
<p>หลังจากยื่นเอกสารต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ธนาคารบางแห่งใช้เวลาเพียงแค่ประมาณ 7 <span>วันทำการเท่านั้น ก็สามารถทราบผลได้แล้ว</span></p>
<h2><strong>ค่ารีเทนชั่นคืออะไร และเท่าไหร่บ้าง</strong></h2>
<p>ค่ารีเทนชั่น คือ <span>ค่าธรรมเนียมที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินเรียกเก็บจากการดำเนินการรีเทนชั่น โดยทั่วไปจะมีค่าธรรมเนียมไม่สูงมากนัก ประมาณ </span>1<span>-</span>2<span>% ของยอดวงเงินกู้เต็ม หรือวงเงินที่เหลืออยู่ ตามแต่ธนาคารจะกำหนด</span></p>
<p><strong>ตัวอย่างการคำนวณค่ารีเทนชั่น</strong></p>
<p>สมมติว่า ยอดวงเงินกู้ในการไปขอรีเทนชั่นอยู่ที่ 1 <span>ล้านบาท และค่ารีเทนชั่นเท่ากับ </span>1<span>.</span>25<span>%</span></p>
<p>จะต้องเสียค่ารีเทนชั่น = ( 1,000,000 x 1<span>.</span>25 <span>) </span>÷ 100 <span>= </span>12,500 <span>บาท</span></p>
<h2><strong>รีเทนชั่น ทำได้กี่ครั้ง</strong></h2>
<p><strong>ถ้าหากผู้กู้มีประวัติการชำระหนี้ที่ดี ไม่เคยชำระล่าช้า ตามปกติแล้วธนาคารอาจพิจารณาให้สามารถทำการรีเทนชั่นได้ทุก </strong><strong>3 <span>ปีเลยทีเดียว โดยต้องเข้าไปติดต่อธนาคารหรือสถาบันการเงินตามขั้นตอนที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น แต่หากว่าวงเงินเหลือต่ำกว่า </span>1,000,000 <span>บาท ในบางกรณีอาจจะขอรีเทนชั่นไม่ได้ แนะนำให้ติดต่อสอบถามเงื่อนไขกับทางธนาคารเพิ่มเติม</span></strong></p>
<p> </p>
<p>ได้รู้กันไปแล้วว่ารีเทนชั่นคือการเจรจาขอลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้กับธนาคารที่ได้กู้ซื้อบ้านไว้ ส่วนการ<a href="https://www.apthai.com/th/blog/knowhow-what-is-refinancing">รีไฟแนนซ์บ้าน</a>นั้น หลายคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้างแล้ว รีไฟแนนซ์ก็คืออีกทางเลือกหนึ่งในการลดดอกเบี้ยเงินกู้หลังจากผ่อนชำระครบ 3 <span>ปีแล้วเช่นกัน แต่การรีไฟแนนซ์เป็นการนำบ้านที่กำลังผ่อนชำระอยู่มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อขอสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงกับธนาคารหรือสถาบันการเงินแห่งใหม่ แล้วทำการปิดหนี้ที่มีอยู่กับธนาคารเดิม โดยทั้งสองอย่างนี้ก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ดังนี้</span></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>รีเทนชั่น (</strong><strong>Retention<span>)</span> </strong>มีข้อดีอยู่หลายประการ ได้แก่ ทำกับธนาคารเดิมจึงค่อนข้างสะดวก เตรียมเอกสารเพียงไม่กี่รายการ รออนุมัติเร็ว อาจใช้เวลาเพียงประมาณ 7 <span>วันทำการ เสียเพียงแค่ค่าธรรมเนียมประมาณ </span>1<span>-</span>2<span>% ของยอดวงเงินกู้</span><strong> </strong><span>ส่วนข้อเสีย คือ ขอลดอัตราดอกเบี้ยได้ไม่มาก ส่วนใหญ่อยู่ที่ </span>0<span>.</span>25<span>-</span>0<span>.</span>50<span>%</span></p>
<p><strong><br />รีไฟแนนซ์ (Refinance<span>)</span> </strong><strong>ข้อดีหลัก คือ สามารถเปรียบเทียบเลือกธนาคารใหม่ที่ให้ดอกเบี้ยที่ดีที่สุดได้</strong><strong> </strong><strong>ส่วนข้อเสียนั้น จำเป็นต้องเตรียมเอกสารใหม่ทั้งหมด รออนุมัตินานประมาณ </strong><strong>2<span>-</span>3 <span>สัปดาห์ (เท่ากับการขอกู้ใหม่) มีค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายหลายรายการ อาทิ ค่าการจัดการสินเชื่อตามสัญญาใหม่ ค่าจดจำนอง ค่าประเมินราคาหลักประกัน ค่าอากรแสตมป์ ค่าประกันอัคคีภัย</span></strong></p>
<h2><strong>รีไฟแนนซ์ กับรีเทนชั่น เลือกแบบไหนดีกว่า</strong></h2>
<p>รีไฟแนนซ์ กับ รีเทนชั่นนั้นเป็นการลดดอกเบี้ยเงินกู้เหมือนกันทั้งคู่ การที่จะเลือกแบบไหนให้เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด ต้องพิจารณาจากยอดเงินกู้และความต้องการของผู้กู้เอง อย่างการรีไฟแนนซ์อาจจะเหมาะกับคนที่เหลือยอดผ่อนชำระหนึ่งล้านบาทขึ้นไป หรือมีแผนอยากจะ<a href="https://www.apthai.com/th/blog/know-how/knowhow-home-renovation-loans">กู้เงินรีโนเวทบ้าน</a> <span>เพราะการรีไฟแนนซ์ต้องเตรียมเอกสารเยอะและมีค่าใช้จ่ายหลายอย่างทีเดียว ถ้าหากยอดเงินไม่เยอะมากก็อาจไม่คุ้มกับค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่ต้องเสียไป</span> </p>
<p><strong> </strong></p>
<p>ส่วนรีเทนชั่นนั้นอาจจะเหมาะกับยอดเงินกู้เหลือต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท หรือผ่อนมานานหลายปีจนใกล้จะหมดแล้ว ถึงแม้การรีเทนชั่นจะลดดอกเบี้ยลงไปไม่ได้มากนัก แต่เมื่อแลกกับความสะดวกและค่าธรรมเนียมที่น้อยกว่า ก็ถือว่าคุ้มใช้ได้เลย</p>
<p>          <span>จากข้อมูลข้างต้นเป็นเพื่อเพียงตัวเลือกหนึ่งที่ทำให้บางคนสามารถผ่อนบ้านหมดเร็วขึ้น ต่อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่ต้องการจะ</span>รีไฟแนนซ์กับรีเทนชั่น ควรศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากหลายๆธนาคารและเลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเองให้มากที่สุด ซึ่งการรีไฟแนนซ์กับรีเทนชั่น เป็นเพียงลดดอกเบี้ย แต่ยังมีอีกวีธีอื่นอีกที่ทำให้ผ่อนบ้านหมดเร็ว เช่น พยายามนำเงินก้อน ไปตัดเงินต้น หรือส่งเงินให้สูงกว่าค่างวด เพราะเงินในส่วนที่เกินกว่าค่างวดธนาคารจะนำไปหักเงินต้น ลองไปศึกษาและใช้วิธีที่เหมาะกับตัวเองนะคะ</p>
<p>นีรชา  กลิ่นพยอม</p>
<p> <span>ที่มา </span><a href="https://www.apthai.com/th/blog/know-how/knowhow-what-is-retention">https<span>://</span>www<span>.</span>apthai<span>.</span>com<span>/</span>th<span>/</span>blog<span>/</span>know<span>-</span>how<span>/</span>knowhow<span>-</span>what<span>-</span>is<span>-</span>retention</a></p>
<p> </p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/">บทความทั่วไป (General-Articles)</category>                        <dc:creator>neeracha</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%95/#post-1079</guid>
                    </item>
							        </channel>
        </rss>
		