<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>        <rss version="2.0"
             xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
             xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
             xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
             xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
             xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
             xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
        <channel>
            <title>
									สัญลักษณ์วันคริสต์มาส (Christmas Day Symbols) - บทความทั่วไป (General-Articles)				            </title>
            <link>https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%aa-christmas/</link>
            <description>Discussion Board</description>
            <language>th</language>
            <lastBuildDate>Sun, 06 Sep 2026 21:07:42 +0000</lastBuildDate>
            <generator>wpForo</generator>
            <ttl>60</ttl>
							                    <item>
                        <title>สัญลักษณ์วันคริสต์มาส (Christmas Day Symbols)</title>
                        <link>https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%aa-christmas/#post-161</link>
                        <pubDate>Tue, 12 Feb 2019 03:06:05 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[เนื่องในเดือนธันวาคมมีวันสำคัญที่ผู้คนทั่วโลกโดยเฉพาะผู้นับถือศาสนาคริสต์ให้ความสำคัญ คือ วันคริสต์มาส (Christmas Day หรือ X&#039; Mas Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี เพื่อเฉลิมฉลองเนื่อ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p>          เนื่องในเดือนธันวาคมมีวันสำคัญที่ผู้คนทั่วโลกโดยเฉพาะผู้นับถือศาสนาคริสต์ให้ความสำคัญ คือ <strong>วันคริสต์มาส</strong> (<strong>Christmas Day</strong> หรือ <strong>X' Mas Day</strong>) ซึ่งตรงกับวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในวันคล่้ายวันประสูติของพระเยซู ศาสดาของศาสนาคริสต์ โดยชาวคริสต์ได้มีการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสด้วยการสังสรรดื่มกินกันภายในครอบครัวและเพื่อนฝูง พร้อมทั้งมีการประดับไฟต้นคริสต์มาส ร้องเพลง และมอบของขวัญให้แก่กัน สำหรับการตกแต่งประดับประดาต้นไม้หรือสถานที่ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกบ้านของชาวคริสต์ในช่วงเทศกาลดังกล่าว จะมีสัญลักษณ์ของวันคริสต์มาสที่มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน ความหมาย ประเพณีและความเชื่อที่เกี่ยวข้องอย่างแพร่หลาย ดังนั้น ในบทความนี้จึงมีข้อมูลเกี่ยวกับสัญลักษณ์วันคริสต์มาสที่ควรรู้ เพื่อคลายความสงสัยและเกร็ดความรู้สนุก ๆ ให้กับผู้อ่านทุกท่าน โดยขอกล่าวถึงเฉพาะสัญลักษณ์ที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับพระเยซู ดังนี้</p><p style="text-align: center">https://il.mahidol.ac.th/upload/img/2019-02-12-035807.jpg</p><p><strong>1) ต้นคริสต์มาส (Christmas tree)</strong></p><p>ต้นคริสต์มาส คือ ต้นไม้ตระกูลต้นสนซึ่งเป็นพืชไม่ผลัดใบ (evergreen plant) และมีสีเขียวตลอดทั้งปี ในสมัยโบราณนั้นต้นคริสต์มาส หมายถึง ต้นไม้ในสวนสวรรค์ ซึ่งอาดัมและเอวาไปหยิบผลไม้มากิน และทำบาป ไม่เชื่อฟังพระเจ้า โดยตามพระคัมภีร์นั้นได้เปรียบพระเยซูเจ้าเสมือนเป็นต้นไม้แห่งชีวิต ดังนั้น ต้นไม้ที่มีสีเขียวเสมอในทุกฤดูกาล สื่อถึงนิรันดรภาพของพระเยซูเจ้า อีกทั้งความสว่างของพระองค์ยังเหมือนแสงเทียนที่ส่องสว่างในความมืด และรวมถึงความชื่นชมยินดี และความสามัคคี ที่พระเยซูประทานให้ เพราะต้นไม้นั้นเป็นจุดศูนย์รวมของครอบครัวในเทศกาลคริสต์มาส สำหรับประเพณีการประดับตกแต่งต้นคริสมาสต์ มีจุดกำเนิดในแถบประเทศยุโรปทางตอนเหนือ ซึ่งต้นไม้ที่ใช้เป็นต้นสนเพราะว่าหาง่ายในทุกพื้นที่ในแถบนั้น โดยในช่วงศตวรรษที่ 16 มาร์ติน ลูเธอร์ ผู้นำคริสตจักรชาวเยอรมัน ได้ริเริ่มประเพณีตัดต้นสนมาประดับภายในบ้าน เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี นอกจากนี้ ชาวเยอรมันยังมีประเพณีอีกอย่างหนึ่ง คือ การจุดเทียนหลายเล่มเป็นรูปพีระมิด (pyramid) ไว้ตลอดคืนคริสต์มาส โดยมีดาวของดาวิดที่ยอดพีระมิด ดังนั้น ประเพณีที่จะแขวนของขวัญและขนม ก็ได้รวมกับประเพณีของชาวเยอรมันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ซึ่งเป็นที่มาของประเพณีปัจจุบันที่มีการเอาเทียนมาไว้ที่ต้นไม้ เป็นรูปทรงพีระมิด มีการแขวนของขวัญ และไฟกะพริบประดับไว้ที่ต้นคริสต์มาส และมีดาวของดาวิดไว้ที่ยอดต้นคริสต์มาส ประเพณีนี้จึงเป็นที่นิยมชมชอบของชาวตะวันตกอยู่มาก หลังจากนั้นในศตวรรษที่ 19 ต้นคริสต์มาสถูกเปลี่ยนโฉมให้สวยงามมากยิ่งขึ้น และเริ่มแพร่หลายไปสู่ประเทศอังกฤษและทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน</p><p><strong>2) พวงมาลัยคริสต์มาส (The Christmas wreath) </strong></p><p>การแขวนพวงมาลัยไว้ที่หน้าประตูบ้าน เป็นประเพณีที่นิยมกระทำกันในช่วงเทศกาลที่มีความสำคัญ รวมถึงช่วงเทศกาลคริสต์มาสด้วย พวงมาลัยคริสต์มาสนั้นถูกร้อยด้วยโบสีแดงซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรื่นเริง ในขณะที่ใบไม้สีเขียวเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตที่เป็นนิรันดร์ซึ่งจะแสดงถึงความมีศรัทธาต่อวันประสูติของพระเยซู รูปร่างวงกลมของพวงมาลัยเป็นสิ่งเตือนใจให้ระลึกถึงมงกุฏหนามที่อยู่บนศีรษะของพระเยซูซึ่งในช่วงเวลานั้นทหารชาวโรมันได้หัวเราะเยาะและล้อเลียนพระเยซูว่าเป็นเสมือนกษัตริย์ของชาวยิว นอกจากนี้ ในช่วงยุคกลางซึ่งเป็นช่วงยุคมืดของชาวยุโรป ชาวบ้านได้มีประเพณีและความเชื่อว่าพวงมาลัยคริสต์มาสในส่วนที่เป็นสีเขียว สามารถช่วยป้องกันบ้านเรือนจากพวกพลังอันชั่วร้ายได้ และผลสีแดงของต้นฮอลลี่ได้ถูกเชื่อกันว่าเป็นสิ่งที่คอยขับไล่พวกแม่มดให้ออกไปจากบ้าน นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมต้นฮอลลี่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล และนำความโชคดีมาให้กับผู้ที่จัดทำพวงมาลัย</p><p><strong>3) ต้นฮอลลี่ (Holly tree) </strong></p><p>ต้นฮอลลี่ คือ ต้นไม้พุ่มเตี้ย สามารถเจริญเติบโตได้ ทั่วไปในภูมิภาคที่มีอากาศหนาว และกึ่งเขตร้อน ส่วนผลของต้นฮอลลี่จะมีสีแดงคลายเลือดและมีพิษ ส่วนใบเป็นรอยหยัก คล้ายหนามแหลมคม โดยสีเขียวชอุ่มของต้นฮอลลี่เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการมีชีวิตอยู่ชั่วนิรันดร์ ซึ่งจะมีความสัมพันธ์กับพระเยซูคริสต์ ผลสีแดงสดของต้นฮอลลี่เป็นสัญลักษณ์หยดเลือดของพระเยซูที่ไหลลงบนไม้กางเขน สีเหล่านั้นเป็นสัญลักษณ์ของความรักที่มีต่อพระเจ้าซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงหัวใจที่มีต่อความศรัทธาต่อพระผู้เป็นเจ้า สำหรับใบไม้ที่มีหนามของต้นฮอลลี่จะเป็นสิ่งที่เตือนใจชาวคริสต์ถึงมงกุฏหนามที่พวกชาวทหารโรมันได้นำมาวางไว้บนศีรษะของพระเยซูคริสต์</p><p><strong>4) ระฆังวันคริสต์มาส/กระดิ่งวันคริสต์มาส (Christmas bells)</strong></p><p>เสียงระฆังในวันคริสต์มาส คือ การเฉลิมฉลองให้กับการกำเนิดของพระเยซู ตามตำนานได้เล่าว่ามีเสียงระฆังดังอยู่นานนับชั่วโมงก่อนเวลาเที่ยงคืนของวันคริสต์มาสอีฟ ซึ่งตรงกับวันที่ 24 ธันวาคม ทั้งนี้ การตีระฆังดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อลดพลังความมืดก่อนที่ผู้ที่จะมาช่วยไถ่บาปให้กับมวลมนุษย์จะถือกำเนิดขึ้น โดยระฆังนี้มีเสียงดังกังวาลนานนับชั่วโมงก่อน และในเวลาเที่ยงคืน เสียงกึกก้องของระฆังได้เปลี่ยนมาเป็นเสียงแห่งความสุข ในปัจจุบันชาวคริสต์ได้มีการเฉลิมฉลองโดยการตีระฆังเหล่านี้เพื่อป่าวประกาศถึงงานรื่นเริงที่จะมีขึ้น และถูกนำไปใช้ประดับตกแต่งในการ์ดวันคริสต์มาสและบนต้นคริสต์มาสอีกด้วย</p><p><strong>5) ดาวคริสต์มาส (Christmas star)</strong></p><p>ตามตำนานที่เล่าว่า ในช่วงเวลาที่พระเยซูประสูตินั้น โหราจารย์ได้มองเห็นดาวลักษณะพิเศษดวงหนึ่งที่มีความสุกสว่างกว่าดาวทั่วไปปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าเป็นที่น่าอัศจรรย์ จึงออกเดินทางตามแสงแห่งดวงดาว จนไปพบกับสถานที่ประสูติของพระเยซูเจ้าที่เมืองเบธเลเฮม ประเทศปาเลสไตน์ นับแต่นั้นมาชาวคริสต์จึงถือว่า “ดาว” คือสัญลักษณ์ของการเสด็จลงมาประสูติบนโลกมนุษย์ของพระเยซูเจ้า หรือที่ทั่วโลกรู้จักกันในนาม “Star of Bethlehem”</p><p><strong>6</strong><strong>) ของขวัญวันคริสต์มาส (Christmas gift)</strong></p><p>ประเพณีการแลกเปลี่ยนของขวัญในวันคริสต์มาสนั้น ชาวคริสต์ส่วนใหญ่มีการแลกเปลี่ยนของขวัญในวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี หรือช่วง 12 วัน 12 คืน ของฤดูกาลคริสต์มาส (25 ธ.ค. - 5 ม.ค.) ทั้งนี้ ธรรมเนียมสำคัญของวันคริสต์มาส ได้รับอิทธิพลมาจากประเพณีของชาวโรมันโบราณ โดยชาวโรมันมีเทศกาลบูชาเทพดาวเสาร์ (Saturnalia holiday) ที่ชาวโรมันนั้นถือว่าเป็นเทพแห่งกาลเวลาที่บันดาลความอุดมสมบูรณ์ ความสงบสุขและความเจริญให้กับอาณาจักรโรมัน เทศกาลนี้จะเริ่มในเดือนธันวาคมของทุกปี ซึ่งในระหว่างที่อยู่ในงานเทศกาลนั้น กิจกรรมใด ๆ ก็ตามที่ถือว่าเป็นการทำงานนั้นจะต้องหยุดลง ทุกคนในเมืองไม่เว้นแม้แต่ทาสนั้นก็จะใช้ช่วงเวลานี้พักผ่อน การแต่งกายที่เคยเข้มงวดผ่อนคลายลง ของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างตุ๊กตา เทียนไข นกตัวเล็ก ๆ ถูกเอามาแลกเปลี่ยนกัน และมีงานสังสรรค์รื่นเริงไปตลอดทั้งสัปดาห์ ต่อมาชาวคริสต์รับประเพณีนี้เข้ามา ด้วยความเชื่อว่า การให้ของขวัญนี้มีความเกี่ยวเนื่องกับการเฉลิมฉลองให้กับการประสูติของพระเยซู ที่เกิดมาเพื่อชำระบาปให้แก่ชาวคริสต์ทั้งหลาย และเป็นเทศกาลที่นำความสุข สนุกสนาน มาสู่หมู่มวลมนุษย์ โดยโหราจารย์สามท่านที่มาจากตะวันออกเป็นผู้เห็นดาวสว่างบนฟ้าเมื่อพระเยซูประสูติ จึงได้ติดตามดาวได้ตามไปจนถึงเบธเลเฮม ประเทศปาเลสไตน์ พอพบพระเยซูก็ถวายของขวัญที่เป็นทองคำ (gold) กำยาน (frankincense) และมดยอบ (myrrh)</p><p><strong>7) ดอก Poinsettia หรือดอกไม้คริสต์มาส (Poinsettia or Christmas flower)</strong></p><p>ต้นคริสต์มาส (Poinsettia tree) เป็นไม้พุ่มเนื้ออ่อน วงศ์ใกล้เคียงกับโป๊ยเซียน แต่ไม่มีหนาม โดยในส่วนของดอกไม้คริสต์มาส (Poinsettia flower) ในภาษาไทยเรียก สองฤดู หรือ โพผัน เป็นไม้ดอกพื้นเมืองของอเมริกาใต้ แถบเม็กซิโก และกัวเตมาลา เข้ามาแพร่หลายในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1828 อดีตทูตสหรัฐอเมริกาประจำเม็กซิโก ทั้งนี้ ตำนานของเม็กซิกันได้บอกเล่าถึงดอก Poinsettia ซึ่งกลายเป็นดอกไม้ประจำเทศกาลคริสต์มาสไว้ว่า มีเด็กสาวชาวไร่จน ๆ คนหนึ่งเกิดความวิตกกังวลถึงของขวัญที่จะนำไปมอบให้กับพระแม่มารีในวันคริสต์มาสอีฟ (ในปัจจุบันตรงกับวันที่ 24 ธันวาคมของทุกปี) เพราะเธอไม่มีสิ่งของใด ๆ ที่จะนำมาให้ และเธอก็ไปด้วยตัวเปล่า ระหว่างการเดินทางเธอได้พบกับนางฟ้าตนหนึ่งซึ่งบอกให้เธอเก็บเมล็ดพืชเอาไว้ และแล้วปาฏิหารย์ก็เกิดขึ้น เมล็ดพืชเหล่านั้นได้เจริญเติบโตและเปลี่ยนไปเป็นดอกไม้สีเลือดหมูสดใส ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ดอก Poinsettia ก็ได้รับความนิยมใช้เป็นเครื่องประดับตกแต่งภายในโบสถ์และในบ้านในช่วงเทศกาลคริสต์มาส</p><p><strong>8) ดอกกุหลาบคริสต์มาส (Christmas rose)</strong></p><p>Helleborus niger ถูกเรียกโดยทั่วไปว่าดอกกุหลาบคริสต์มาส (Christmas rose) หรือ black hellebore เป็นดอกไม้ป่ายืนต้นในตระกูลบัตเตอร์คัพ (Buttercup family) วงศ์พวงแก้วกุดั่น (Ranunculaceae) จัดเป็นพืชที่มีพิษ ถึงแม้ว่าจะมีลักษณะคล้ายกับดอกกุหลาบป่าตามชื่อสามัญที่รู้จักกันในชื่อดอกกุหลาบคริสต์มาส แต่ก็ไม่ได้ถูกจัดให้อยู่ในตระกูลกุหลาบ (Rose family) วงศ์ (Rosaceae) โดยดอกกุหลาบคริสต์มาสเป็นพืชป่าลำต้นสูงประมาณ 23 – 30 ซม. ลักษณะดอกแบนขนาดใหญ่ มีสีขาวหรือสีชมพู ผลิบานในช่วงกลางฤดูหนาวไปจนถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ พบได้ทั่วไปตามเทือกเขาในทางตอนกลางของยุโรป ตามตำนานได้เล่าว่าในคืนที่หนาวเย็นของเดือนธันวาคม ในช่วงที่พระเยซูประสูติ โหราจารย์ 3 ท่านกับคนเลี้ยงแกะได้เดินทางมาด้วยกันเพื่อเข้าพบกับพระเยซู ระหว่างทางพวกเขาได้พบหญิงเลี้ยงแกะคนหนึ่งซึ่งกำลังดูแลแกะบริเวณประตูถ้ำ ได้เห็นของขวัญที่ทุกคนนำมาถวายให้กับพระเยซู เธอเริ่มน้ำตาไหลเพราะไม่มีอะไรจะให้กับพระเยซู นางฟ้าผู้ซึ่งเฝ้ามองอยู่มองเห็นและรู้ถึงความต้องการของเธอจึงเกิดความเห็นใจ และได้บันดาลให้เกิดดอกไม้สีขาวน่ารักและมีสีชมพูอยู่ตรงปลายกลีบโผล่ขึ้นมาจากหิมะใกล้เท้าของเธอ นั่นคือ “ดอกกุหลาบคริสต์มาส” สื่อถึงความรักที่ความบริสุทธิ์ ซึ่งมีค่ายิ่งกว่าของขวัญที่เป็นทองคำ (gold) กำยาน (frankincense) และมดยอบ (myrrh) ที่โหราจารย์ทั้ง 3 ท่าน นำมาถวายให้กับพระเยซู</p><p> </p><p><strong>เอกสารอ้างอิง</strong></p><ol><li>วันคริสต์มาส: สัญลักษณ์วันคริสต์มาส Christmas Symbols. Educatepark.com . 13 ธ.ค. 2561 - . เข้าถึงได้จาก: <a href="https://www.educatepark.com/วันคริสต์มาส/สัญลักษณ์วันคริสต์มาส">https://www.educatepark.com/วันคริสต์มาส/สัญลักษณ์วันคริสต์มาส</a></li><li>Christmas tree . 2018 Dec 28 - . Available from: <a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Christmas_tree">https://en.wikipedia.org/wiki/Christmas_tree</a></li><li>Holly . 2018 Dec 25 - . Available from: <a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Holly">https://en.wikipedia.org/wiki/Holly</a></li><li>Star of Bethlehem . 2018 Dec 13 - . Available from: <a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Star_of_Bethlehem">https://en.wikipedia.org/wiki/Star_of_Bethlehem</a></li><li>Christmas gift . 2018 Dec 25 - . Available from: <a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Christmas_gift">https://en.wikipedia.org/wiki/Christmas_gift</a></li><li>Poinsettia . 2018 Dec 22 - . Available from: <a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Poinsettia">https://en.wikipedia.org/wiki/Poinsettia</a></li><li>Helleborus niger . 2018 Dec 25 - . Available from: <a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Helleborus_niger">https://en.wikipedia.org/wiki/Helleborus_niger</a></li></ol><p> </p><p><em><span style="font-size: 10pt">เรื่องโดย นางสาวจันทรัตน์ หิรัญกิจรังษี นักวิเคราะห์นโยบายและแผน  สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล</span></em></p><p><a href="https://il.mahidol.ac.th/th/wp-content/uploads/2019/02/ChristmasDay.pdf" target="true"><img src="https://il.mahidol.ac.th/th/wp-content/uploads/2019/01/pdf.jpg" /></a>  <a href="https://il.mahidol.ac.th/th/wp-content/uploads/2019/02/ChristmasDay.docx" target="true"><img src="https://il.mahidol.ac.th/th/wp-content/uploads/2019/01/word.jpg" /></a></p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/">บทความทั่วไป (General-Articles)</category>                        <dc:creator>IL Admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%aa-christmas/#post-161</guid>
                    </item>
							        </channel>
        </rss>
		