<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>        <rss version="2.0"
             xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
             xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
             xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
             xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
             xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
             xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
        <channel>
            <title>
									เทคนิคการจัดเอกสารให้เป็นระเบียบและหาง่าย - บทความทั่วไป (General-Articles)				            </title>
            <link>https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80/</link>
            <description>Discussion Board</description>
            <language>th</language>
            <lastBuildDate>Wed, 13 May 2026 04:32:39 +0000</lastBuildDate>
            <generator>wpForo</generator>
            <ttl>60</ttl>
							                    <item>
                        <title>เทคนิคการจัดเอกสารให้เป็นระเบียบและหาง่าย</title>
                        <link>https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80/#post-1144</link>
                        <pubDate>Fri, 20 Jun 2025 03:13:05 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[เทคนิคการจัดเอกสารให้เป็นระเบียบและหาง่าย
1.เตรียมสถานที่ในการเก็บเอกสารให้พร้อม
การจัดการสถานที่ เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะจะต้องเก็บเอกสารทั้งหมดไว้ที่เดียวกัน เช่น มีตู้เก็บเอกสาร ชั้นวางเอ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span style="text-decoration: underline"><span style="font-size: 18pt"><strong>เทคนิคการจัดเอกสารให้เป็นระเบียบและหาง่าย</strong></span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: 18pt">1.เตรียมสถานที่ในการเก็บเอกสารให้พร้อม</span></strong></p>
<p><span style="font-size: 18pt">การจัดการสถานที่ เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะจะต้องเก็บเอกสารทั้งหมดไว้ที่เดียวกัน เช่น มี<span style="color: #000000"><a style="color: #000000;text-decoration: underline" href="https://workstationoffice.com/product-category/by-category/storage/cabinets/">ตู้เก็บเอกสาร</a></span> ชั้นวางเอกสาร เป็นต้น และไม่ควรวางเอกสารกระจายไปมา ไว้ที่โต๊ะบ้าง ตู้บ้าง เพราะนั่นอาจจะทำให้เอกสารหายและเสียเวลาในการหามากๆ ทั้งนี้จัดตู้เก็บเอกสารให้เรียบร้อย เพื่อที่จะทำให้การจัดวางเอกสารเป็นระเบียบ และ</span></p>
<p><span style="font-size: 18pt"><strong>2.จัดการเอกสารทันที เมื่อได้รับงานมอบหมาย โดยไม่ดองหรือค้างการเก็บเอกสารไว้นาน</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 18pt">ไม่ว่าจะเป็นจดหมาย เอกสารสำคัญ ใบเสร็จ ใบเรียกเก็บเงินต่างๆ คุณจะต้องนำเอกสารเหล่านั้นใส่แฟ้มและเก็บไว้เป็นระเบียบ โดยมีการใช้ Post it หรือเขียนไว้ด้านหน้าแฟ้มว่าเป็นเอกสารเกี่ยวกับประเภทไหน จัดเรียงให้เป็นระเบียบและเขียนวันที่เดือนปี กำกับไว้ด้วยทุกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-size: 18pt"><strong>3.แยกเอกสารเป็นหมวดหมู่</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 18pt">นี่คือวิธีการจัดการเอกสารทั้งหมด เพื่อให้ง่ายและเป็นระเบียบ ควรจัดวางเอกสารตามหมวดหมู่ที่ต้องการใช้ เช่น</span></p>
<ul>
<li><span style="font-size: 18pt">หมวดหมู่เอกสารที่ผ่านการดำเนินการแล้ว</span></li>
<li><span style="font-size: 18pt">หมวดหมู่เอกสารสำคัญมาก (ห้ามหาย)</span></li>
<li><span style="font-size: 18pt">หมวดหมู่เอกสารเกี่ยวกับกฎหมาย</span></li>
<li><span style="font-size: 18pt">หมวดเอกสารเกี่ยวกับการเงิน แบ่งย่อยออกเป็น</span></li>
<li><span style="font-size: 18pt">หมวดใบเสร็จ</span></li>
<li><span style="font-size: 18pt">หมวดใบเรียกเก็บเงิน</span></li>
<li><span style="font-size: 18pt">หมวดรายจ่ายของออฟฟิศ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-size: 18pt">ซึ่งการแยกหมวดหมู่แบบนี้ ควรแยกย่อยออกมาตามแต่ละปีด้วย เพื่อให้ง่ายต่อการย้อนไปหาเอกสาร ในปีเก่าๆ และขอแนะนำว่าควรจัดเก็บเอกสารแต่ละปี คนละตู้เลยจะดีที่สุดเพื่อที่จะหาได้ง่ายและเหมาะสำหรับการจัดการเอกสารจำนวนมาก แต่หากเอกสารไม่เยอะ แนะนำว่าให้แบ่งเป็นชั้นเพื่อจัดเอกสารแต่ละปีจะดีที่สุด</span></p>
<p><span style="font-size: 18pt"><strong>4.จัดเก็บเอกสารเข้าแฟ้มหลังจากแยกเอกสารเรียบร้อยแล้ว</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 18pt">หากเอกสารมีจำนวนมาก และไม่สามารถเก็บเข้าแฟ้มเดียวได้ แนะนำให้เก็บเพิ่มอีกหลายแฟ้ม เพื่อทำให้ง่ายต่อการค้นหาและไม่ทำให้เอกสารหาย และที่สำคัญคือคุณจะต้องตรวจเอกสารด้วยว่า เอกสารไหนที่ควรถูกทำลาย ไม่จำเป็น ไม่ต้องเก็บไว้ และเอกสารไหนที่จำเป็นจะต้องเก็บไว้ ให้แยกและเก็บให้ชัดเจน แนะนำให้ใช้ปากกาเขียนชื่อหมวดรายการต่างๆ ไว้ที่สันแฟ้ม เพื่อจะได้รู้ว่าเอกสารงานประเภทอะไร โดยไม่ต้องเปิดดู ทำให้หาง่ายขึ้น</span></p>
<p><span style="font-size: 18pt"><strong>5.การเก็บจัดเอกสารเข้าที่</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 18pt">หากเป็นเอกสารที่มีความสำคัญ แนะนำให้เก็บใส่ตู้ลิ้นชักนิรภัยที่มีการล็อค ไม่สามารถเปิดได้ แต่สำหรับเอกสารทั่วไปสามารถจัดเรียงในตู้ ในชั้นใส่เอกสารและ ไม่ควรนำ หนังสือ สิ่งของที่ไม่เกี่ยวข้อง รวมถึงเอกสารเปล่าๆ มาวางไว้รวมกัน เพราะจะทำให้สับสนและทำให้เสียเวลาในการค้นหาเพิ่มขึ้น</span></p>
<p><span style="font-size: 18pt"><strong>6.แนะนำว่าการจัดเก็บเอกสารในองค์กรควรมีบัตรยืม</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 18pt">เพื่อที่จะได้ทราบว่าเอกสารไหนบ้าง ที่หน่วยงานอื่นมาขอยืมไปใช้ มีการยืมกี่วัน แล้วจะต้องจดบันทึกการยืมเอกสารด้วย เพื่อที่จะทราบว่าเอกสารแฟ้มนั้นไปอยู่ที่หน่วยงานใดระยะเวลากี่วัน และนำมาคืนเมื่อไหร่ ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้เอกสารสูญหายและตามหาไม่เจอ</span></p>
<p><span style="font-size: 18pt"><strong>7.ควรฝึกนิสัยในการจัดเอกสารให้เป็นระเบียบ</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 18pt">สำหรับงานธุรการ หรือตำแหน่งที่จำเป็นในการจัดการเอกสารในแต่ละแผนก จะต้องมีการอบรมการเทรน ในการจัดเก็บเอกสารให้เป็นระเบียบ สำหรับทีมงานคนใหม่ทุกครั้งอาจจะเสียเวลาเล็กน้อย แต่ทำให้เอกสารเป็นระเบียบมากขึ้น ทั้งคนเก่าและคนใหม่ สามารถทำงานร่วมกันได้โดยไม่มีปัญหา และยังเก็บเอกสารให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ง่ายต่อการค้นหาในอนาคต และป้องกันการเกิดปัญหา เอกสารสูญหาย เอกสารไม่ครบ และลดการทะเลาะเบาะแว้งกับพนักงานที่จัดเก็บเอกสาร กับพนักงานฝ่ายอื่นๆ อีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-size: 18pt"><strong>8.แยกสีเอกสารให้ชัดเจน</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 18pt">การแยกสีนั้นจะช่วยให้ ทราบว่าเอกสารไหนสีอะไร ทำให้หาได้ง่ายขึ้น ถึงแม้ว่าแฟ้มเอกสารอาจจะเป็นแฟ้มสีดำหรือสีเหมือนกันทุกแฟ้ม เพื่อให้เกิดความสวยงาม แต่แนะนำว่าด้านหน้าแฟ้มหรือสันแฟ้มควร ใช้กระดาษสีเพื่อแยกประเภทของเอกสาร เช่น สีเหลืองเป็นเอกสารเฉพาะการเงิน สีฟ้าเป็นเอกสารกฎหมาย สีชมพูเป็นเอกสารรายงานต่างๆ เป็นต้น หากทำแบบนี้จะช่วยในการค้นหาเอกสารและจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย หาง่ายกว่าเดิมแน่นอน</span></p>
<p> </p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: 18pt"><a href="https://www.shorturl.asia/18tHq">ที่มา: https://shorturl.asia/18tHq</a></span></p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/">บทความทั่วไป (General-Articles)</category>                        <dc:creator>narinthorn.php</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/general-articles/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80/#post-1144</guid>
                    </item>
							        </channel>
        </rss>
		