<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>        <rss version="2.0"
             xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
             xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
             xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
             xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
             xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
             xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
        <channel>
            <title>
									นวัตกรรมการศึกษาเชิงระบบบนฐานข้อมูลนักเรียน: กลไกขับเคลื่อนการศึกษาอย่างยั่งยืนในจังหวัดสมุทรสาคร - บทความทางด้านการวิจัย (Research-Articles)				            </title>
            <link>https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/research-articles/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0/</link>
            <description>Discussion Board</description>
            <language>th</language>
            <lastBuildDate>Wed, 12 Aug 2026 00:03:13 +0000</lastBuildDate>
            <generator>wpForo</generator>
            <ttl>60</ttl>
							                    <item>
                        <title>นวัตกรรมการศึกษาเชิงระบบบนฐานข้อมูลนักเรียน: กลไกขับเคลื่อนการศึกษาอย่างยั่งยืนในจังหวัดสมุทรสาคร</title>
                        <link>https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/research-articles/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0/#post-1138</link>
                        <pubDate>Thu, 12 Jun 2025 06:54:41 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[“เมื่อเราฟังเสียงของเด็กอย่างแท้จริง เราจะค้นพบทิศทางใหม่ของการศึกษา”

 
จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง
       การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 4: “การศึกษาที่...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<blockquote>
<p style="text-align: center;margin: 12.0pt 0in 0in 0in" align="center"><strong><i><span style="font-size: 16.0pt">“<span>เมื่อเราฟังเสียงของเด็กอย่างแท้จริง เราจะค้นพบทิศทางใหม่ของการศึกษา</span>”</span></i></strong></p>
</blockquote>
<p align="center"> </p>
<p><strong>จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง</strong></p>
<p>       การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) <span>โดยเฉพาะเป้าหมายที่ </span>4: “<span>การศึกษาที่เท่าเทียม ครอบคลุม และมีคุณภาพ” จำเป็นต้องอาศัยกลไกที่ลงลึกถึงพื้นที่จริง โครงการพัฒนาการศึกษาจังหวัดสมุทรสาครโดยสถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นตัวอย่างหนึ่งของการนำนวัตกรรมเชิงระบบมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาเด็กและเยาวชน ผ่านข้อมูลที่ได้จากตัวนักเรียนเอง</span></p>
<p>       โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ภายใต้กรอบวิจัย “พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” (Education Sandbox)<span> และใช้แนวทางวิจัยและพัฒนา (</span>Research and Development) <span>โดยร่วมมือกับโรงเรียนนำร่อง </span>16 <span>แห่ง ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาในพื้นที่อย่างเป็นระบบ</span></p>
<p><strong>เปลี่ยน </strong><strong>“<span>คาบโฮมรูม</span>” <span>ให้เป็นพื้นที่สะท้อนเสียงของนักเรียน</span></strong></p>
<p>        หัวข้อของนวัตกรรมอยู่ที่ระบบ “Homeroom Online” <span>ซึ่งเปิดพื้นที่ให้นักเรียนสะท้อนตนเองผ่านภารกิจรายเดือนในคาบโฮมรูม โดยครูจะส่งกิจกรรมให้นักเรียนตอบ เช่น แบบประเมินตนเองด้านพหุปัญญา ความคิดเชิงบวก หรือเป้าหมายชีวิต คำตอบของนักเรียนจะถูกประมวลผลด้วย </span>AI <span>และจัดเก็บในฐานข้อมูล เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรม ความคิด และบริบทส่วนบุคคล</span></p>
<p>        ข้อมูลนี้ช่วยให้ครู โรงเรียน และหน่วยงานระดับจังหวัดเข้าใจนักเรียนลึกซึ้งยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่ในมิติของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แต่รวมถึงทักษะชีวิต ภูมิหลังครอบครัว และความพร้อมด้านจิตใจ</p>
<p><strong>ข้อมูลชุดเดียว สร้างการเปลี่ยนแปลงได้ทั้งระบบ</strong></p>
<p>        เมื่อเข้าใจนักเรียนได้ลึกขึ้น โรงเรียนก็สามารถออกแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับแต่ละคนได้มากขึ้น ในขณะเดียวกัน “สมุดพกนักเรียนรายบุคคล” ก็กลายเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการพูดคุยระหว่างครู นักเรียน และผู้ปกครองอย่างเป็นระบบ ข้อมูลจาก Homeroom Online <span>ยังถูกใช้เป็นฐานในการพัฒนาหลักสูตรสำหรับครู และใช้ในวงประชุมเพื่อพัฒนานโยบายในระดับจังหวัด โดยสรุปจากการนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ พบว่าส่งผลต่อการพัฒนาการศึกษาในหลายระดับ ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="list-style-type: none">
<ul>
<li><strong>นักเรียน</strong> ได้รับสมุดพกรายบุคคลที่สรุปข้อมูลจากการทำภารกิจ ซึ่งช่วยให้ครูสามารถพูดคุยและให้คำแนะนำเชิงลึกอย่างเหมาะสม (มีนักเรียนได้รับประโยชน์จำนวน 4,634 <span>คน)</span></li>
<li><strong>ครู</strong> ได้รับการอบรมด้วยหลักสูตรที่ออกแบบตาม “ลักษณะของนักเรียนที่มุ่งหวัง” ทำให้การพัฒนาครูไม่ใช่การฝึกอบรมแบบสำเร็จรูป แต่เป็นการสร้างกระบวนกรทางการเรียนรู้ (มีครูผ่านาการอบรมจำนวน 342 <span>คน)</span></li>
<li><strong>ผู้ปกครอง </strong>ได้รับการส่งเสริมบทบาทผ่านหลักสูตร “<span>คุยกับลูกแบบผูกใจ</span>” <span>ซึ่งนำข้อมูลจาก </span>Homeroom Online <span>มาใช้ในการออกแบบ ทำให้ผู้ปกครองสามารถเข้าใจลูกหลานของตนเองอย่างลึกซึ้ง และสามารถสื่อสารกับลูกอย่างเปิดใจ </span>(<span>มีผู้ปกครองผ่านหลักสูตรจำนวน </span>102 <span>คน)</span></li>
<li><strong>ผู้บริหารโรงเรียน </strong>ได้มีโอกาสเข้าร่วมกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลนักเรียนร่วมกับครู และมีส่วนร่วมในการปรับนโยบายในระดับโรงเรียน โดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกเป็นพื้นฐาน ตลอดจนการจัดวงสนทนาเพื่อสะท้อนคิดร่วมกันในระดับผู้บริหาร ส่งผลให้การบริหารจัดการโรงเรียนมีทิศทางที่เชื่อมโยงกับความต้องการที่แท้จริงของนักเรียนและชุมชน (มีผู้บริหารโรงเรียนได้รับประโยชน์จำนวน 16 <span>คน)</span></li>
<li><strong>ชุมชน</strong> ได้เห็นข้อมูลเชิงลึกจากเด็กในพื้นที่ ทำให้ภาคประชาสังคมตื่นตัว เช่น มีการร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและเครือข่ายท้องถิ่นเพื่อมอบทุนเรียนอาชีวะให้เด็กที่ขาดโอกาส รวมถึงการวางแผนสนับสนุนกิจกรรมเชิงพัฒนาในระดับท้องถิ่นอย่างตรงจุด</li>
<li><strong>นโยบาย</strong> ข้อค้นพบจากโครงการถูกเสนอผ่านกระบวนการ “ห้องปฏิบัติการทางสังคม” (Social Lab) <span>ให้แก่ผู้มีอำนาจระดับจังหวัด เพื่อผลักดันนโยบายที่สะท้อนความจริงจากห้องเรียน</span></li>
</ul>
</li>
</ul>
<p><strong>ครูคือหัวใจของการเปลี่ยนแปลง: พัฒนาอย่างเป็นองค์รวมมีเป้าหมายเพื่อผู้เรียน<br /></strong>        โครงการนี้ พัฒนาครูด้วยรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “<strong>4P Model</strong>” <span>ที่ส่งเสริมศักยภาพแบบองค์รวม ซึ่งประกอบด้วย</span></p>
<ol>
<li style="list-style-type: none">
<ol>
<li><strong><em>Passionate Heart</em></strong> – <span>ฟื้นฟูหัวใจครู ผ่านกระบวนการจิตตปัญญาศึกษา</span></li>
<li><strong><em>Pragmatic Mind</em></strong> – <span>พัฒนาการคิดเชิงเหตุผลและความสามารถในการตั้งคำถามอย่างมีคุณภาพ</span></li>
<li><strong><em>Practical Skills</em></strong> – <span>ฝึกใช้กิจกรรมที่ออกแบบจากข้อมูลนักเรียนจริงในห้องเรียน</span></li>
<li><strong><em>Proactive Reflection</em></strong> – <span>เปิดพื้นที่ให้ครูสะท้อนผลร่วมกันในวง </span>PLC <span>อย่างต่อเนื่อง</span></li>
</ol>
</li>
</ol>
<p>การพัฒนาครู จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มความรู้ แต่เป็นการสร้าง “<span>ความมั่นใจ</span>” <span>และ </span>“<span>พลังใจ</span>” <span>ให้ครูกลับมาเป็นนักออกแบบการเรียนรู้เพื่อผู้เรียนอย่างแท้จริง</span></p>
<p><strong>จังหวัดขับเคลื่อนร่วมกัน: จากโรงเรียน สู่ชุมชน และนโยบาย</strong></p>
<p>        การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียน แต่ยังขยายออกไปสู่การสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในจังหวัด เช่น <strong><em>“<span>โรงเรียนพ่อแม่</span>”</em></strong> <span>ที่เปิดให้พื้นที่ให้ผู้ปกครองเข้ามาเรียนรู้ร่วมกับโรงเรียน และแนวคิด <strong><em>“วิชาชีพจีบวิชาชอบ”</em></strong> ที่จะเปิดโอกาสให้นักเรียนได้รู้จักอาชีพหลากหลายตั้งแต่ยังเรียนอยู่ ที่สำคัญที่สุดคือ จังหวัดสมุทรสาครได้สร้างกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างโรงเรียน หน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันวางแผนและตัดสินใจโดยมีข้อมูลจริงเป็นฐาน </span></p>
<p>ทั้งหมดนี้สะท้อน SDG <span>เป้าหมายที่ </span>17 <span>ว่าด้วย </span>“<span>ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน</span>”</p>
<p><strong>บทสรุป: เมื่อข้อมูลเปลี่ยนอนาคตของเด็ก ๆ</strong></p>
<p>        โครงการนี้แสดงให้เห็นว่า หากระบบการศึกษาฟังเสียงของผู้เรียนอย่างแท้จริง การเปลี่ยนแปลงก็สามารถเริ่มต้นได้จากห้องเรียน ข้อมูลจากนักเรียนคือพลังที่สามารถนำไปสู่การออกแบบการเรียนรู้ใหม่ ๆ การพัฒนาครูเชิงคุณภาพ และการขับเคลื่อนนโยบายในระดับจังหวัด สิ่งที่เกิดขึ้นในจังหวัดสมุทรสาครไม่ได้เป็นเพียงโครงการนำร่อง แต่คือการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาที่เริ่มจากการฟังเสียงของนักเรียนอย่างแท้จริง แล้วใช้ข้อมูลนั้นสร้างพื้นที่เรียนรู้ที่เหมาะสมกับทุกคนอย่างเท่าเทียม เป็นแบบอย่างของการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่จับต้องได้จริง และขยายผลได้ในทุกพื้นที่ของประเทศไทย</p>
<p>การฟังเสียงของเด็กไม่ควรเกิดขึ้นเฉพาะในโครงการนี้เท่านั้น แต่ควรเป็นกลไกถาวรในระบบการศึกษาไทย หากเราต้องการให้เด็กเติบโตอย่างเข้าใจตนเอง พัฒนาตนเองได้ และพร้อมรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลง การพัฒนาระบบ “ข้อมูลจากนักเรียน” และการสร้างพื้นที่ร่วมคิดของทุกภาคส่วน คือคำตอบของการศึกษาที่มีชีวิต มีหัวใจ และมีอนาคต</p>
<p><strong>เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน </strong><strong>(SDGs) <span>ที่เชื่อมโยงกับโครงการ</span></strong></p>
<p>        การดำเนินโครงการนวัตกรรมการศึกษาในจังหวัดสมุทรสาครครั้งนี้ มีความเชื่อมโยงอย่างชัดเจนกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) <span>โดยเฉพาะใน </span>3 <span>ด้านสำคัญ ดังนี้:</span></p>
<ul>
<li style="list-style-type: none">
<ul>
<li><strong><em>SDG 4: <span>การศึกษาที่เท่าเทียม ครอบคลุม และมีคุณภาพ</span></em></strong> – <span>โครงการมุ่งเน้นการพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ผ่านการฟังเสียงของนักเรียนและการใช้ข้อมูลจริงเป็นฐานในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการเปิดโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมแก่ผู้เรียนทุกกลุ่ม ทั้งในระดับขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา และการศึกษาตลอดชีวิต รวมถึงการพัฒนาครูด้วยหลักสูตรที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนอย่างแท้จริง อันสะท้อนถึงการบรรลุเป้าหมายย่อย เช่น </span>1, 4.3, 4.5 <span>และ </span>4.c</li>
<li><strong><em>SDG 10: <span>ลดความเหลื่อมล้ำ</span></em></strong> – <span>หนึ่งในจุดแข็งของโครงการ คือการใช้ข้อมูลจากระบบ </span>Homeroom Online <span>เพื่อเปิดเผยความแตกต่างและความเหลื่อมล้ำที่มักซ่อนอยู่ภายในห้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจ สภาพครอบครัว หรือพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้โรงเรียนสามารถตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะของเด็กแต่ละกลุ่มได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนเปราะบาง เช่น เด็กยากจน เด็กไร้สัญชาติ หรือเด็กที่มีความเสี่ยงต่อการหลุดจากระบบการศึกษา</span></li>
<li><strong><em>SDG 17: หุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน</em> </strong>– การเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาที่เกิดขึ้นในจังหวัดสมุทรสาคร ไม่ได้มาจากพลังของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หากแต่เกิดจากความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งมหาวิทยาลัย โรงเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หน่วยงานภาครัฐระดับจังหวัด องค์กรภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ที่ต่างร่วมมือกันออกแบบนโยบาย พัฒนากิจกรรม และแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างเป็นระบบ กลไกการทำงานร่วมกันเช่นนี้คือภาพสะท้อนของหุ้นส่วนเพื่อความยั่งยืนอย่างแท้จริง</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p style="text-align: center">https://il.mahidol.ac.th/th/wp-content/uploads/2025/06/sdg_20250612.webp</p>
<p> </p>
<p><em>เรื่องโดย</em><br /><em>ผศ.ดร.ปิยะฉัตร จิตต์ธรรม</em></p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/research-articles/">บทความทางด้านการวิจัย (Research-Articles)</category>                        <dc:creator>iladmin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/research-articles/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0/#post-1138</guid>
                    </item>
							        </channel>
        </rss>
		