จุลสารนวัตกรรม ฉบับที่ 80 – สาระน่ารู้ : เรื่อง ข้อปฏิบัติที่ดีและแนวทางการบริหารจัดการโครงการวิจัยให้บรรลุวัตถุประสงค์

Newsletters

ข้อปฏิบัติที่ดีและแนวทางการบริหารจัดการโครงการวิจัยให้บรรลุวัตถุประสงค์

เรื่อง : อัจฉราพรรณ โพธิ์ทอง

        การบริหารจัดการโครงการวิจัย (Research Project Management) เป็นขั้นตอนสำคัญที่กำหนดความสำเร็จของโครงการ ตั้งแต่การกำหนดวัตถุประสงค์ การวางแผน การจัดการทรัพยากร ไปจนถึงการติดตามผลและการเผยแพร่ผลงาน หากการจัดการเป็นไปอย่างมีระบบและมีมาตรฐาน โครงการวิจัยจะไม่เพียงแต่ดำเนินการได้เสร็จสิ้นตามกรอบเวลาและงบประมาณ แต่ยังสามารถสร้างคุณค่าทางวิชาการและนำผลลัพธ์ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง

  1. การวางแผนที่ชัดเจน (Clear Planning): การวางแผนที่เป็นระบบช่วยลดความไม่แน่นอนและสร้างแนวทางที่ชัดเจนในการดำเนินงาน
    • การกำหนดวัตถุประสงค์และคำถามวิจัยต้องสอดคล้องกับปัญหาที่แท้จริงและสภาพสังคม เศรษฐกิจ หรือชุมชน
    • การจัดทำแผนงานและ Timeline โดยใช้เครื่องมือ เช่น Gantt Chart (เป็นแผนผังที่ใช้แสดงกิจกรรม และ กำหนดเวลาในการดำเนินการเพื่อให้ทุกกิจกรรมสำเร็จตามแผน) หรือ Critical Path Method (CPM) คือ เทคนิคการบริหารโครงการที่ใช้วิเคราะห์และวางแผนกำหนดตารางเวลาโครงการ โดยระบุ “เส้นทางวิกฤต” (Critical Path) ซึ่งเป็นชุดของกิจกรรมที่กำหนดระยะเวลาโดยรวมของโครงการหากกิจกรรมใดบนเส้นทางนี้ล่าช้าก็จะส่งผลให้โครงการล่าช้าไปด้วย
    • การวางแผนงบประมาณต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายตรงและค่าใช้จ่ายแฝง พร้อมเผื่อสำรองเพื่อรับมือสถานการณ์ไม่คาดคิด

ข้อปฏิบัติที่ดี: มีการกำหนด Milestone ทุกไตรมาส เพื่อวัดความก้าวหน้าและลดความเสี่ยงจากการล่าช้า

  1. การจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Resource Management) ซึ่งทรัพยากรที่สำคัญในงานวิจัย ได้แก่ บุคลากร งบประมาณ เวลา และเครื่องมือวิจัย
    • บุคลากร – กำหนดบทบาทหน้าที่ที่ชัดเจน (เช่น Principal Investigator, Co-Investigator, Research Assistant)
    • งบประมาณ – มีการกระจายงบประมาณตามกิจกรรมและมีระบบอนุมัติที่โปร่งใส
    • เครื่องมือและวัสดุ – จัดเตรียมให้เพียงพอต่อการดำเนินงาน โดยมีการบำรุงรักษาและตรวจสอบคุณภาพ

ข้อปฏิบัติที่ดี: จัดทำคู่มือปฏิบัติการโครงการ (Project Handbook) สำหรับทีมงาน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจขั้นตอนเดียวกัน

  1. การติดตามและประเมินผล (Monitoring & Evaluation) การติดตามช่วยให้ผู้บริหารโครงการสามารถควบคุมคุณภาพและแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที
    • รายงานความก้าวหน้า – กำหนดรอบรายงาน เช่น ทุก 3 หรือ 6 เดือน
    • การประเมินเทียบกับเป้าหมาย – ใช้ตัวชี้วัด (KPI) เช่น จำนวนบทความที่ตีพิมพ์ ผลงานนำไปใช้จริง หรือการสร้างเครือข่ายวิจัย
    • การประกันคุณภาพ – ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล การอ้างอิง และการปฏิบัติตามหลักจริยธรรมวิจัย

ข้อปฏิบัติที่ดี: จัดประชุมคณะผู้วิจัยเป็นประจำ เพื่อทบทวนผลลัพธ์และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

  1. การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) เช่น ความล่าช้า งบประมาณไม่เพียงพอ หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
    • การวิเคราะห์ความเสี่ยง – ระบุปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
    • การจัดทำแผนสำรอง (Contingency Plan) – เตรียมแนวทางแก้ไข เช่น ปรับตารางเวลา หรือหาทุนสนับสนุนเพิ่มเติม
    • การติดตามและทบทวนความเสี่ยง – ปรับปรุงแผนการจัดการความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง

ข้อปฏิบัติที่ดี: จัดทำ Risk Register เพื่อบันทึก ปรับปรุง และจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง

  1. การจัดการเอกสารและการสื่อสาร (Documentation & Communication) ที่มีประสิทธิภาพเป็นรากฐานของความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ
    • การจัดเก็บเอกสาร เช่น ข้อเสนอโครงการ รายงานการประชุม เอกสารเบิกจ่าย
    • การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ – จัดเก็บในระบบดิจิทัล เช่น Research Information Management System (RIMS) หรือ Institutional Repository
    • การสื่อสารทั้งภายในทีมและกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างสม่ำเสมอ

ข้อปฏิบัติที่ดี: จัดทำรายงานสรุปสำหรับผู้บริหาร (Executive Summary) เพื่อให้เข้าใจสาระสำคัญอย่างรวดเร็ว

  1. การเผยแพร่และการนำไปใช้ประโยชน์ (Dissemination & Utilization) ซึ่งความสำเร็จของโครงการวิจัยวัดได้จากการนำผลงานไปใช้จริง
    • การเผยแพร่เชิงวิชาการ – ตีพิมพ์บทความในวารสารวิชาการหรือเสนอผลงานในการประชุมวิชาการ
    • การเผยแพร่สู่สาธารณะ – ผ่านเว็บไซต์ รายงานสรุป หรือ Workshop
    • การนำผลลัพธ์ไปใช้ประโยชน์ในเชิงนโยบาย การพัฒนาชุมชน หรือเชิงพาณิชย์

        ข้อปฏิบัติที่ดี: จัดทำ Policy Brief สำหรับผู้กำหนดนโยบาย เพื่อเชื่อมโยงผลงานวิจัยกับการตัดสินใจเชิงนโยบาย

        การบริหารจัดการโครงการวิจัยที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงแต่ช่วยให้โครงการเสร็จสิ้นตามแผน แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพงานวิจัย เพิ่มความน่าเชื่อถือ และสร้างผลลัพธ์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ข้อปฏิบัติที่ดีทั้ง 6 ด้าน คือ การวางแผน การจัดการทรัพยากร การติดตามและประเมินผล การจัดการความเสี่ยง การจัดทำเอกสารและสื่อสาร และการเผยแพร่ผลงาน ล้วนเป็นรากฐานที่ทำให้โครงการวิจัยบรรลุวัตถุประสงค์อย่างยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

  1. ศุภมาส ชุมแก้ว (2564). การปฏิบัติที่ดีในการบริหารโครงการและหน่วยการวิจัย. วารสาร  การวัด ประเมินผล สถิติ และการวิจัยทางสังคมศาสตร์, 2(1), 1-16. แหล่งที่มา https://sotci-thaijo.org/index.php/mesr/article/download/253442/169720 สืบค้น ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2568
  2. Gantt Chart ทำง่าย ได้ประโยชน์. (2568). แหล่งที่มา https://www.si.mahidol.ac.th/th/division/um/admin/download_files/42_48_1pdf สืบค้น ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2568
  3. เทคนิค CPM : Critical Path Method กับการเพิ่มผลิตภาพกระบวนการ. (2568). แหล่งที่มา https://www.ftpi.or.th/download/seminar-file/CPM.pdf สืบค้น ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2568
  4. Research Management in Health & Health Systems Research. (2560). แหล่งที่มา https://kb.hsri.or.th/dspace/bitstream/handle/11228/4658/ResearchManager-watchara2.pdf?sequence=1&isAllowed=y สืบค้น ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2568

สารบัญ

เนื้อหานี้มีประโยชน์กับท่านหรือไม่ โปรดให้คะแนน

น้อยที่สุดน้อยมากมากที่สุด (No Ratings Yet)
Loading…
Views : 1 view