Forum

สร้างนวัตกรรมการเรี...
 
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

สร้างนวัตกรรมการเรียนรู้พัฒนางานบริการวิชาการ : จาก Active Learning สู่นวัตกรรมการเรียนรู้ในยุคปัญญาประดิษฐ์

1 โพสต์
1 ผู้ใช้
0 Reactions
7 เข้าชม
(@jiraporn-karaket)
Eminent Member
เข้าร่วม: 7 ปี ที่ผ่านมา
กระทู้: 9
หัวข้อเริ่มต้น   [#1038]
ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ขับเคลื่อนให้เกิดการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างก้าวกระโดด สถาบันการศึกษาจำต้องปรับเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้เชิงรับ ไปสู่การพัฒนาสมรรถนะที่เครื่องจักรไม่สามารถทดแทนได้ บทความนี้กล่าวถึงความสำเร็จในช่วง 8 ปี (พ.ศ. 2561-2568) ที่ผ่านมาของสถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล ผ่านโครงการ “เปิดโลกทัศน์วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม” ซึ่งถือเป็นโมเดลต้นแบบของการนำแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) มาประยุกต์ใช้เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของโลกยุคใหม่ และพิสูจน์ให้เห็นถึงความจำเป็นของกระบวนการเรียนรู้ดังกล่าว แม้ในยุคที่ผู้เรียนสามารถพึ่งพาตนเองและใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ได้อย่างแพร่หลายแล้วก็ตาม
   
  1. จุดเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์และการตอบสนองต่อโลกยุคใหม่

การวิเคราะห์การเติบโตพบว่า ปีงบประมาณ 2565 คือ “จุดเปลี่ยนสำคัญ (Strategic Tipping Point)         ของโครงการ หลังเผชิญกับสถานการณ์ COVID-19 สถาบันฯ ได้ทำการปรับทิศทางกลยุทธ์การบริหารจัดการกิจกรรมโดยมุ่งเน้นที่หลักสูตร STEM & Robotics Camp เป็นสำคัญ ส่งผลให้จำนวนผู้เข้าร่วมก้าวกระโดดจาก 328 คน ในปี 2564 เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าเป็น 1,851 คน ในปี 2565 และรักษาฐานผู้เข้าร่วมได้ต่อเนื่องจนแตะระดับ 3,000 คนต่อปี ในปัจจุบัน

(ข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งภายนอก: การปรับตัวนี้สอดคล้องกับแนวทางของ UNESCO ที่เน้นย้ำว่าการศึกษาในยุค AI ต้องมุ่งเน้นการคิดเชิงวิพากษ์และการแก้ปัญหาผ่านวิทยาการคำนวณ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีขั้นสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ)

 

  1. นวัตกรรมหลักสูตร: “เรือธง” แห่งการเรียนรู้

หัวใจสำคัญที่ทำให้โครงการนี้แตกต่าง คือ “สื่อและนวัตกรรมจากงานวิจัย” (Unique Value Proposition) ที่นำมาใช้เป็นเครื่องมือการสอน ตัวอย่างเช่น:

  • Nana House: การเรียนรู้ผ่านนวัตกรรมซิลิกาแอโรเจล (Silica Aerogel)
  • Mangrove Survivor (เกมป่าชายเลน): บอร์ดเกมเชิงวิชาการที่เปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องสนุก
  • STEM & Robotics: หลักสูตรเรือธง (Flagship Product) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลก AI โดยเฉพาะ

นวัตกรรมเหล่านี้มุ่งเน้นหลักการ “รู้จริง รู้นาน รู้สร้างสรรค์ และสื่อสารได้” เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถยกระดับศักยภาพผู้เรียนสู่ระดับสากล

  1. ความเชื่อมั่นและความยั่งยืนของเครือข่ายทางการศึกษา

ความสำเร็จเชิงประจักษ์สะท้อนผ่าน ความจงรักภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) โดยในปี 2568 พบว่ามีสัดส่วน “ลูกค้าเก่า” ที่กลับมาใช้บริการซ้ำสูงถึงร้อยละ 82.3 ตัวอย่างที่เด่นชัด คือ โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช (อุบลราชธานี) ที่ร่วมเป็นพันธมิตรต่อเนื่องยาวนานถึง 7 ปี นอกจากนี้ยังมีดัชนีความพึงพอใจสูงถึง 4.39 จาก 5.00 คะแนน แม้จะมีการขยายสเกลการจัดกิจกรรมเพิ่มขึ้นอย่างมากก็ตาม

  1. การลดความเหลื่อมล้ำและกระจายโอกาส (Inclusive Outreach)

โครงการไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในเขตเมือง แต่ได้ขยายผลเชิงพื้นที่ (Geographic Expansion) เพื่อลดช่องว่างทางการศึกษาไปยังพื้นที่ห่างไกลและชายแดนทั่วประเทศ เช่น:

  • ภาคเหนือ: โรงเรียนสรรพวิทยาคม (ตาก)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: โรงเรียนสิรินธร (สุรินทร์)
  • ภาคใต้: โรงเรียนเบญจมราชูทิศ (ปัตตานี)

ด้วยการออกแบบหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่น (Scaffolding) รองรับผู้เรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาปีที่ 4 จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทำให้โครงการสามารถเข้าถึงเยาวชนไทยทุกช่วงวัยอย่างเท่าเทียม

บทสรุป

ความยั่งยืนในการขับเคลื่อนนวัตกรรมการเรียนรู้จากงานวิจัยสู่การบริการวิชาการ ท่ามกลางความท้าทายในยุคปัญญาประดิษฐ์ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความล้ำสมัยของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องอาศัย “นวัตกรรมการเรียนรู้” ที่มีฐานคิดจากงานวิจัยเชิงประจักษ์ ควบคู่ไปกับกลยุทธ์การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา ผลสัมฤทธิ์ของสถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้สะท้อนให้เห็นอย่างเด่นชัดว่า การสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงงานวิจัยสู่การปฏิบัติจริงในชั้นเรียน คือกลไกสำคัญในการพัฒนาทุนมนุษย์ให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคตอย่างยั่งยืน

 

 

ที่มา https://il.mahidol.ac.th/th/academic-services/

เขียนโดย  จิราภรณ์  การะเกตุ



   
อ้างอิง
แบ่งปัน:
1,798,731 views since 16 August 2018