การศึกษา ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยวินัย การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ของนักศึกษา พ.ศ.2569 ถือเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้น ๆ ที่นักศึกษาทุกคนควรทำความเข้าใจตั้งแต่วันแรกที่เข้าศึกษา เนื่องจากข้อบังคับฉบับนี้เปรียบเสมือนกติกาหลักในการอยู่ร่วมกันในสังคมมหาวิทยาลัย และเป็นเครื่องมือสำคัญในการปกป้องสิทธิประโยชน์ของตัวนักศึกษาเอง โดยเหตุผลและผลกระทบที่นักศึกษาควรทราบมีดังนี้
ข้อบังคับนี้กำหนดมาตรฐานทางวินัยที่นักศึกษาต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยครอบคลุมทั้งวินัยทั่วไป เช่น การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของมหาวิทยาลัย การรักษาชื่อเสียงของสถาบัน และการไม่ก่อเหตุวุ่นวาย ไปจนถึงการระบุพฤติกรรมที่ถือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงไว้อย่างชัดเจนและเป็นปัจจุบัน เช่น การทุจริตในการสอบ การทุจริตทางวิชาการ หรือการคุกคามทางเพศ การศึกษาประกาศนี้จะช่วยให้นักศึกษาสามารถดำเนินชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างถูกต้องและไม่กระทำผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
การละเมิดข้อบังคับนี้ส่งผลโดยตรงต่อประวัติและสถานภาพการเป็นนักศึกษา บทลงโทษมีตั้งแต่ระดับเบาอย่างการภาคทัณฑ์ ไปจนถึงระดับร้ายแรง เช่น การให้พักการศึกษา (ซึ่งส่งผลต่อระยะเวลาเรียนและสิทธิในการลงทะเบียนภาคฤดูร้อน), การไม่เสนอชื่อให้สำเร็จการศึกษาตามกำหนด หรือแม้กระทั่งการให้พ้นสภาพการเป็นนักศึกษา การทราบถึงความร้ายแรงของโทษจะช่วยให้นักศึกษาตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองมากขึ้น
ข้อบังคับฉบับปรับปรุงใหม่นี้ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและการประกันความยุติธรรมอย่างมาก นักศึกษาที่ศึกษาข้อบังคับนี้จะทราบถึงสิทธิต่าง ๆ ที่ตนมี เช่น
สิทธิในการคัดค้านกรรมการสอบสวน: หากเห็นว่ากรรมการมีส่วนได้เสียหรือมีสาเหตุโกรธเคืองกับตน เพื่อให้การพิจารณาเป็นธรรมที่สุด
สิทธิในการมีที่ปรึกษา: นักศึกษาสามารถนำบุคคลที่ไว้วางใจหรือทนายความเข้าร่วมรับฟังการสอบสวนหรือการพิจารณาอุทธรณ์ได้
สิทธิในการอุทธรณ์: หากได้รับคำสั่งลงโทษที่ไม่เป็นธรรม นักศึกษาสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน เพื่อให้คณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ทบทวนคำสั่งนั้น
หากนักศึกษาเห็นว่าตนเองได้รับความเดือดร้อน เสียหาย หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้อำนาจหน้าที่ของบุคลากร หรือจากการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามกฎระเบียบของส่วนงาน นักศึกษามีสิทธิใช้กระบวนการร้องทุกข์ตามหมวด 7 ของข้อบังคับนี้ เพื่อให้มีการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ
ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยวินัย การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ.2569 พฤติกรรมที่ถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง มีดังต่อไปนี้
- ความเสียหายต่อส่วนรวม: การกระทำผิดวินัยในเรื่องทั่วไป (เช่น การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ หรือทำลายทรัพย์สิน) แต่การกระทำนั้นเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่มหาวิทยาลัยอย่างร้ายแรง
- ความผิดทางอาญา: กระทำความผิดอาญาจนมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกโดยไม่รอการลงอาญา หรือรับโทษที่หนักกว่าจำคุก (เว้นแต่เป็นความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ)
- การทุจริตในการสอบ: กระทำการทุจริตในการวัดและประเมินผลการศึกษา หรือการสอบของมหาวิทยาลัย หรือเข้าสอบแทนผู้อื่นในหน่วยงานใด ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน
- การทุจริตทางวิชาการ: ทุจริตในการทำวิทยานิพนธ์ สารนิพนธ์ การค้นคว้าอิสระ หรือผลงานวิชาการที่เป็นส่วนหนึ่งของการสำเร็จการศึกษา รวมถึงการรับจ้างหรือดำเนินการแทนผู้อื่นโดยทุจริต, ความผิดเกี่ยวกับเพศ: กระทำการลามก อนาจาร คุกคามทางเพศ หรือความผิดอื่นเกี่ยวกับเพศ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียอย่างร้ายแรงต่อตนเอง ผู้อื่น หรือมหาวิทยาลัย
- สื่อลามกและการบิดเบือนข้อมูล: จัดทำ เผยแพร่ หรือมีไว้ครอบครองซึ่งสื่อลามกอนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่แสดงผลเป็นข้อความ รูปภาพ หรือสัญลักษณ์ที่เป็นการบิดเบือนหรือความเท็จที่น่าจะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อผู้อื่นหรือมหาวิทยาลัย
- การปลอมแปลงเอกสาร: ปลอมลายมือชื่อผู้อื่น ปลอมเอกสาร แก้ไขข้อความในเอกสาร หรือใช้เอกสารดังกล่าวโดยเจตนาเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือมหาวิทยาลัย
- การติดสินบน: ให้หรือเสนอว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์แก่อาจารย์หรือเจ้าหน้าที่ เพื่อจูงใจหรือช่วยเหลือให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับคะแนน หรือผลการสอบโดยมิชอบ
- ความเสื่อมเสียต่อเกียรติคุณ: กระทำการใด ๆ ที่นำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติแห่งความเป็นนักศึกษา หรือชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยอย่างร้ายแรง
อ้างอิงข้อมูลจาก: ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยวินัย การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ.2569
